ข้าราชการจังหวัดอุบลราชธานีสุดกลางชี้หน้าด่าพนักงาน

ข้าราชการจังหวัดอุบลราชธานีสุดกลางชี้หน้าด่าพนักงานคัดกรองหลังเจ้าหน้าที่ขอตรวจเพราะเพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ 

         มีการหรือสะพัดทั่วสนามบินอุบลราชธานีว่ามีข้าราชการระดับสูงคนหนึ่งเพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯลงสนามบินอุบลราชธานีเมื่อลงมาถึงทางเจ้าหน้าที่หน่วยคัดกรองก็ทำงานตามปกติโดยมีการตรวจวัดไข้แต่ทางข้าราชการระดับสูงคนดังกล่าวกลับไม่พอใจต่อว่าเจ้าหน้าที่คัดกรองเสียงดังอีกครั้งยังสั่งให้ไปตามหัวหน้าไปอธิบายกับตนเองถึงที่สำนักงานจนเป็นเหตุให้พนักงานคัดกรองคนดังกล่าวไม่มาทำงานในวันรุ่งขึ้นเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของข้าราชการระดับสูงคนดังกล่าวซึ่งเขาหรือในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายนปีพศ 2563 ดูในรายละเอียดของข่าวลือนั้น

แจ้งว่ามีบิ๊กข้าราชการคนหนึ่งซึ่งเป็นคนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีได้มีการขึ้นเครื่องไปทำธุระที่กรุงเทพฯหลังจากนั้นก็เดินทางกลับมาที่จังหวัดอุบลราชธานีอีกครั้งหนึ่งซึ่งเมื่อเดินทางลงจากเครื่องก็เป็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยคัดกรองของสนามบินซึ่งจะต้องมีการตรวจวัดไข้ผู้โดยสารทุกคนที่ลงมาจากเครื่องบินอยู่แล้วปรากฏว่าเมื่อถึงหิ้วของข้าราชการระดับสูงคนดังกล่าวพนักงานก็ดำเนินการตามปกติ

เพื่อจะทำการวัดไข้แต่ข้าราชการชายคนดังกล่าวกับเกิดอาการหงุดหงิดไม่พอใจอีกทั้งยังส่งเสียงดังต่อว่าพนักงานหญิงที่ทำหน้าที่ตรวจวัดไข้จนทำให้พนักงานคนดังกล่าวเกิดความหวาดกลัวซึ่งขณะที่มีการต่อว่าพนักงานหญิงคนนั้นอยู่มีประชาชนที่มารอคิวเพื่อวัดไข้อยู่เป็นจำนวนมากจึงได้มีการเห็นพฤติกรรมของข้าราชการระดับสูงคนนี้จึงนำไปสู่การซุบซิบนินทาจนเป็นข่าวแพร่สะพัดโด่งดังไปทั่วจังหวัดอุบลราชธานีและเรื่องราวไม่ได้จบลงเพียงแค่วันดังกล่าวเท่านั้นเพราะวันรุ่งขึ้นราชการคนดังกล่าวยังได้มีการโทรไปที่สำนักงานควบคุมโรค

เพื่อต้องการให้หัวหน้างานของพนักงานหญิงคนดังกล่าวเดินทางไปหาตนเองที่สำนักงานเพื่อชี้แจงว่าทำไมพนักงานหญิงคนดังกล่าวถึงได้กระทำการตรวจวัดไข้ของตนเอง แต่หัวหน้าของพนักงานหญิงไม่ได้เดินทางไปชี้แจงตามที่ถูกสั่งให้เดินทางไปเนื่องจากว่ารู้สึกไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเป็นข้าราชการระดับสูงควรจะต้องมีการพูดจากับพนักงานระดับล่างด้วยคำพูดที่ดีๆและควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนทั่วไป หากพนักงานต้องเลือกปฏิบัติไม่ตรวจคัดกรองทุกคน

ก็จะทำให้ประชาชนคนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์นำไปวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความเสื่อมเสียมาสู่หน่วยงานราชการได้เช่นเดียวกัน  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีคนเป็นพยานมากมายว่าบิ๊กข้าราชการคนดังของเมืองอุบลนั้นกร่างแค่ไหน และเป็นสิ่งที่ประชาขนรับไม่ได้ แทนที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพนักงานชั้นผู้น้อยกลับโชว์ความกร่างให้คนอื่นเห็น แถมตอนเกิดเหตุด่าพนักงานไปตั้งเยอะยังไม่พอใจยังจะเรียกหัวหน้าเขาไปด่าอีก แบบนี้ต้องถูกลงโทษทางวินัยคนอื่นจะได้ไม่เอาเยี่ยงอย่าง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ทางเข้า bk8

ดอกไม้ที่ดูสวยงามแต่ฤทธิ์ของมันนั้นไม่ธรรมดา

-ดอกดารารัตน์

สำหรับดอกดารารัตน์นั้น ซึ่งได้เป็นไม้ดอกที่ได้มีถิ่นฐานอยู่ที่เมดิเตอร์เรเนียนแถวแถบทางเอเชียบ้างในบางสายพันซึ่งด้านลักษณะของดอกนั้นจะดูเหมือนกับปากทรัมเป็ต มันจะมีฐานเหมือนกับเอาไว้ลองดอก เนื่องจากพืชชนิดนี้ก็จะมีชนิดและสายพันธุ์ที่ได้แตกต่างกันออกไป ซึ่งมันได้เป็นดอกไม้ที่โปรยกลิ่นหอม ซึ่งถ้าได้เป็นดอกสีเหลืองนั้นจะมีกลิ่มที่แรงกว่าสีดอกอื่นๆ นอกจากนี้มันยังมีสรรพคุณทางด้านยาระบายช่วยลดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ

ทั้งนี้มันก็ยังได้มีสารที่สกัดออกมาเพื่อช่วยให้บำรุงของผิวพรรณ แต่ทว่ายังไปหลงในความสวยงามของมันจนมากเกินไปและได้นำเอามาใช้ในทางที่ผิดเด็ดขาดนั่นมันก็เป็นเพราะว่าพืชไม้ชนิดนี้นั้นมันได้มีพิษที่ร้ายแรง ซึ่งถ้าหากว่ามีสัตว์หรือตัวอะไรที่ได้หลงเข้าไปกินมันแล้วพิษของมันนั้นเมื่อได้กินเข้าไปแล้วก็จะมีอาการอาเจียนและมีอาการชักจากนั้นอาจจะทำให้หัวใจนั้นหยุดเต้นไปเลยก็ได้

-ไฮเดรนเยีย

ส่วนของดอกไฮเดรนเยียนั้นได้เป็นดอกพื้นเมืองที่อยู่อาศัยทางด้านแถบทางเอเชียด้านตะวันออกทางฝั่งของอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้ ซึ่งจะมีรูปร่างที่เป็นพุ่มยาวสูงจะมีส่วนใบที่เป็นใบยัก ซึ่งจะมีดอกที่ออกเป็นกลุ่มและจะมีดอกเล็กๆออกตามมาเป็นดอกย่อย ส่วนดอกของไฮเดรนเยียนั้นมีก็ได้มีสีที่ต่างกันออกไปมันจะไม่เป็นสีเดียวเหมือนกันไปทั้งหมด หากแม้วว่ารูปร่างของดเจ้าดอกไม้นี้จะทำให้พื้นที่ในเรือนของเราสวยงามแล้วและมันก็ได้เป็นพืชไม้ที่ได้มีสารไซยาไนด์อยู่ที่ตัวดอกของมันอีกด้วย นอกจากนี้หากมีสัตว์หรือแมลงที่ได้กินดอกไม้จะชนิดนี้เอาไปก็จะมีลักษณะคลื่นไส้ ตัวเหลือง รวมไปถึงมันอาจะทำให้หมดสติถึงขั้นหัวใจวายลงได้

-ยี่โถ

ในส่วนของไม้ดอกยี่โถนั้นได้มีถิ่นอยู่ที่เมดิเตอร์เรเนียนและทางด้านของตะวันออกกลาง จะมีรูปทรงของลำต้นสูงเกือบสองเมตรจะมีใบคู่และยาวจะมีสีเขียวออกดอกเป็นพุ่มจากนั้นมันก็จะมีจำนวนดอกเล็กใหญ่ปะปนกันไปจำนวนสองถึงสี่ดอกลักษณะของดอกนั้นเป็นทรงกรวดมีสีชมพูปนขาวอีกทั้งก็ยังมีสีอีกเยอะแยะมากมายเนื่องจากนี้ก็ยังมีคนนิยมนำเอามาปลูกเอาไว้ที่สวนในบ้านเพื่อเป็นการประดับบ้านเรือนให้ดูน่าอยู่หรือแม้แต่จะนำเอาดอกของไม้นี้นำเอาไปย้อมสีผ้าก็สามารถนำเอาไปทำได้เช่นกันแต่ทว่ามันจะมีพิษอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน ซึ่งมันได้เป็นพิษที่มีความรุนแรงอยู่เหมือนกัน ทั้งนี้อย่างไรก็ตามควรที่จะหลีกเลี่ยงน้ำยางของไม้ดอกชนิดนี้เอาไว้ก็จะเป็นการดีมากที่สุดสำหรับตัวท่านเอง

โครงการเราไม่ทิ้งกันของสิงคโปร์ก็มีแถมแจกเงินให้

โครงการเราไม่ทิ้งกันของสิงคโปร์ก็มีแถมแจกเงินให้โดยไม่มีเงื่อนไขรับชัวร์ๆคนละ 13,800 บาท 

           ขณะนี้มีการระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019  ซึ่งการระบาดนี้มีการระบาดไปทั่วโลกทั้งในแถบเอเชีย  ทั้งแถบยุโรปและแถบประเทศอเมริกา ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเนื่องจากนโยบายการลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสทำให้ผู้คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องกักตัวเองอยู่แต่ในบ้านหรือที่เรียกกันว่ามีการล็อกดาวน์ก็คนไม่สามารถออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงชีพให้กับตนเองได้ ทำให้ประชาชนของแต่ละประเทศต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์นี้เป็นอย่างมาก

หนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทยของเราเองที่มีการปิดธุรกิจต่างๆไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการโรงแรม   ร้านอาหาร แล้วยังมีกิจการอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้ประชาชนของแต่ละประเทศได้รับความเดือดร้อนซึ่งทางรัฐบาลของแต่ละประเทศก็ต้องมีนโยบายออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนของตนเองหนึ่งในนั้นของประเทศไทยก็คือโครงการเราไม่ทิ้งกันที่ให้ประชาชนมาลงทะเบียนรับเงินเยียวยาช่วยเหลือโดยจะช่วยคนละ 5,000 บาทเป็นระยะเวลา 3 เดือน

ซึ่งในตอนนี้กำลังมีข้อพิพาทวิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงจำนวนคนที่ได้รับและคนที่ถูกปฏิเสธการรับเงินว่าผู้เดือดร้อนกลับไม่รับเงินเยียวยาในขณะเดียวกันโครงการนี้เองทางประเทศสิงคโปร์ก็นำมาลอกเลียนแบบเพื่อช่วยเหลือประชาชนของประเทศตนเองเหมือนกันแต่ประเทศของสิงคโปร์นั้นมีการดูแลประชาชนของตนเองอย่างดีเทียบกับประเทศไทยแล้วด้วย

เขามีการโอนเงินให้กับประชาชนของเขาเลยคนละ 13,800 บาทโดยที่ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรให้ยุ่งยากเหมือนอย่างที่ประเทศไทยทำ โดยเงื่อนไขของประเทศสิงคโปร์นั้นแค่เพียงมีอายุ 21 ปีขึ้นไปก็ได้รับเงินก้อนนี้ไปใช้แล้วสำหรับผู้ที่ได้รับเงินก้อนนี้หากใครมีการให้ข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคารไว้กับทางรัฐบาลบุคคลเหล่านั้นก็สามารถรับเงินไปได้เลย

โดยจะมีการโอนให้ในวันที่ 14 เมษายนนี้แต่ถ้าหากใครยังไม่ให้ข้อมูลทางบัญชีกับทางรัฐบาลก็เพียงแค่ไปลงข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ที่ทางรัฐบาลสิงคโปร์มีการประกาศออกให้นั่นก็คือเว็บไซด์ Gov.sg  โดยกำหนดให้ลงทะเบียนภายในวันที่ 23 เมษายนนี้และใครที่มาลงทะเบียนจะได้รับเงินภายในวันที่ 28 เมษายนแต่ถ้าหากใครไม่มาลงทะเบียนก็จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้โดยทั้งประเทศสิงคโปร์ไม่ได้มีการสนใจเกี่ยวกับอาชีพของประชาชนของตนเองว่าจะประกอบอาชีพอะไร

เพราะมองว่าทุกอาชีพต่างก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสกันทั้งนั้นดังนั้นทางรัฐบาลของเขาจึงได้มีนโยบายช่วยเหลือประชาชนทุกคนซึ่งถือว่านี่คือสิ่งที่ดีมากๆที่ผู้นำของประเทศดูแลประชาชนของตนเองเปรียบเทียบกับรัฐบาลของประเทศไทยแล้วที่ตอนนี้ยังไม่สามารถที่จะดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงโดยเฉพาะเงินเยียวยาที่จะให้ประชาชน 5,000 บาทนี้ผู้ที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้เลยกับไม่ได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้

โจรใจบาปใช้ไขควงแทงแม่ตายต่อหน้าลูกวัย 2 ขวบ 

   ที่หมู่บ้านบางขันจังหวัดนครศรีธรรมราชมีชาวบ้านแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบศพถูกคนร้ายฆ่าตายในบ้านพักซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียวแต่ยกทรงสูงซึ่งภายในบ้านพบศพหญิงสาวคนหนึ่งนอนเสียชีวิตอยู่ทราบชื่อว่าเป็นนางสาวชลธิชาจินดาวงศ์อายุประมาณ 29 ปี

โดยผู้ที่แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นแม่ของเธอโดยคุณแม่ของนางสาวชลธิชาได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า หลังนี้ใส่อยู่ด้วยกัน 4 คนเป็นผู้หญิงทั้งหมดมีคุณแม่มีนางสาวชลธิชาและมีลูกสาวอีกคนนึงซึ่งเป็นเด็กออทิสติกและมีลูกสาวของนางสาวชลธิชาอายุ 2 ขวบ ซึ่งในวันเกิดเหตุคือวันที่ 10 เมษายนปีพศ 2563 ช่วงเวลา ประมาณ 01:00 นแม่ของนางสาวชลธิชาได้ออกไปกรีดยางโดยปล่อยให้นางสาวชลธิชาน้องสาวแล้วก็ลูกสาวของนางสาวชลธิชาอยู่ภายในบ้านพักคาดว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาก่อเหตุขโมยทรัพย์สิน

เนื่องจากว่ามีร่องรอยการรื้อค้นข้าวของโดยน่าจะเข้ามาทางด้านหลังที่เป็นห้องครัวเพราะมีร่องรอยการถอดบานเกล็ดสามารถให้คนรอดเข้ามาได้และนางสาวชลธิชาซึ่งนอนอยู่ในห้องพักน่าจะได้ยินเสียงจึงออกมาดูคนร้ายและเมื่อคนร้ายเห็นนางสาวชลธิชาก็ได้ก่อเหตุใช้มีดไขควงที่วางอยู่บริเวณใกล้ๆนั้นแทงไปที่คอนางสาวชลธิชาจนถึงแก่ความตายหลังจากนั้นก็เอาทรัพย์สินไปซึ่งลูกสาวของนางสาวชลธิชาอายุประมาณ 2 ขวบไม่รู้ว่าแม่ตายก็นั่งเล่นอยู่ข้างๆตบ

แม่จนแม่ของนางสาวชลธิชากลับมาจึงได้เห็นว่าลูกสาวถูกฆ่าเสียชีวิตโดยมีหลานสาวนั่งอยู่ข้างๆทางด้านแม่ของนางสาวชลธิชาจึงได้โทรแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงมาตรวจสอบพื้นที่เพื่อตามจับกุมตัวคนร้ายมาให้ได้โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเก็บหลักฐานเป็นพวกรอยนิ้วมือเอาไว้ทั้งหมดและมีการคาดการณ์กันว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน

ซึ่งเข้ามาเพื่อหวังที่จะขโมยทรัพย์สินแต่นางสาวชลธิชาน่าจะบังเอิญออกมาเห็นพอดีจึงมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นแล้วจึงถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตดังกล่าวซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เพราะคดีนี้เป็นคดีอุกอาจมากและคุณร้ายจิตใจคอโหดเหี่ยมฆ่าหญิงสาวทั้งที่ผู้ตายยังมีลูกอ่อนไว้แค่เพียง 2 ขวดเท่านั้น 

           ในช่วงที่เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงเศรษฐกิจกำลังแย่ผู้คนต่างก็ตกงานจึงทำให้มีผู้ร้ายชุกชุมและบ้านที่มีแต่ผู้หญิงจึงเป็นบ้านที่เสี่ยงอันตรายมากที่สุดที่จะมีคนร้ายเข้ามาทำร้ายร่างกายรวมถึงขโมยทรัพย์สินดังนั้นอาจจะต้องหาวิธีการป้องกันตัวเองเพิ่มไม่ให้เกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ซึ่งถ้าหากเราเป็นผู้หญิงทั้งหมดแล้ว

อยู่กันเพียงในบ้านกันตามลำพังควรจะมีการล็อคประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยที่สำคัญของมีค่าควรจะเก็บเอาไว้ภายในห้องมิดชิดเพื่อป้องกันโจรขโมยที่จะแอบเข้ามาขโมยของ 

อย่าฝากชีวิตไว้ที่ใคร แม้จะรักกันมากแค่ไหนก็ตาม

จากเหตุการณ์ที่มีการประกาศให้มีมาตรการต่างที่ป้องกันการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสนั้น ด้วยการที่ให้ประชาชนอยู่กับบ้านกันมากขึ้นเพื่อลดการสัญจรไปมาก จนล่าสุดที่ประเทศจีนกลายเป็นข่าวใหญ่โตว่า หลังจากมาตรการที่ต้องการให้คนอยู่กันที่บ้านมากกขึ้น

กับมีอัตราการหย่าร้างของคู่สามีภรรยากันมากขึ้นกว่าปรกติ และสาเหตุส่วนใหญ่ที่มีการสอบถามกันนั้น ปรากฎว่าเพราะเค้าและเธอเจอหน้ากันบ่อยจนทำให้เกิดความไม่ลงตัวกัน ซึ่งแต่เดิมนั้นธรรมชาติชาวจีน คู่สามีภรรยาเองนั้นต่างพบเจอกันเพียงแค่ช่วงเช้าและเย็น ก่อนและหลังการทำงานเท่านั้น

แต่พอได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน จึงเกิดความไม่เข้าใจและเห็นธาตุแท้นิสัยกันมากขึ้น จึงทำให้ทั้งคู่ไปกันต่อในฐานะชีวิตคู่ไม่ได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ  จริงอยู่ที่ความรักทำให้คนสอนคนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน แต่ความรักไม่ใช่การเอาชีวิตฝากไว้ที่อีกคน และไม่ใช่การโยนทุกสิ่งทุกอย่างให้อีกคนต้องรับผิดชอบทั้งหมด

โดยที่ไม่เคยคิดที่จะถามว่าเค้าโอเคหรือไม่กับความสมัครใจในครั้งนี้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น มันไม่ความรัก แต่มันเป็นเพียงแค่หาใครสักคนมารับผิดชอบกันมากกว่า และการที่เราไม่ได้ฝากชีวิตไว้ที่ใคร ก็ไม่ได้หมายความว่าพอมีปัญหา หรือมีเรื่องไม่สบายใจ เดือดร้อน เราจะต้องจัดการด้วยตัวคนเดียวหรือต้องพึ่งพาตัวเองเสมอไป

เพราะข้อดีของความรักเองนั้น มันอยู่ตรงนี้ เวลาใดก็ตามที่เราเจอปัญหา เรายังมีคนอีกคนคอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจ และช่วยเหลือให้คำปรึกษากับเราตลอดเวลา แล้วคอยช่วยกันเพื่อให้ผ่านความยากลำบากนั้นไปด้วยกัน

ดังนั้นการมีความรักก็ไม่จำเป็นต้องฝากชีวิตไว้ที่ใคร เพียงแต่รู้จักเรียนรู้กับความรัก และไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน และไม่โยนความรับผิดชอบหรือทุกสิ่งอย่างให้กับอีกฝ่าย โดยที่ตัวเองไม่เคยคิดที่จะทำอะไรเพื่อตัวเอง หรือซ้ำร้ายที่สุดไม่เคยคิดที่จะทำอะไรให้คนรักเลย เพราะการกระทำเช่นนี้ คือไม่ใช่ความรัก แต่เค้าเรียกว่าความเห็นการตัว

ที่มีอยู่ในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ เราอาจจะเห็นหลายๆคู่ที่เค้าไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ และก็เห็นอีกหลายคู่ที่รักกันจนแก่เฒ่า เพราะนั่นคือการใช้ชีวิตแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ปรับเปลี่ยนความรักให้เป็นกำลังใจและการพึ่งพากันและกัน ไม่ใช่ใช้ความรักเพื่อที่ตัวเองจะไม่ต้องทำอะไรหรือยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะนั่นคุณจะไม่มีความรักที่แท้จริงเลย

ข่าวนายกหมึกตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับการตายอดีตภรรยา

ในทันทีที่ทางครอบครัวของผู้ตายได้ทราบข่าวว่า นางสาววีรญาภา งามวิลัย ได้ถูกยิงเสียชีวิตโดยที่ถูกมือปืนนั้นยิงโดยชื่อของนายกหมึกอดีตสามีคนที่สองของผู้ที่เสียชีวิตก้ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันทีและเมื่อตำรวจได้ไปตรวจสอบก็พบว่า นายกหมึกนั้นได้หนีไปแล้วจากนั้นทีมงานก็ได้ไปพบกับแม่และทางด้านของน้องชาย นางสาววีรญาภา งามวิลัย

ซึ่งได้อยู่ที่จังหวัดสระบุรี ยังคงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทางคุณแม่ของนางสาววีรญาภานั้นยังคงยอดรับไม่ได้จากการที่จากไปอย่างกระทันหันของลูกสาวซึ่งก็ได้ถูกมือปืนฆ่าอย่างโหดเฮียมและเมื่อได้ถามถึงปมความรักที่มันอาจจะกลายมาเป็นปมสังหารด้านแม่ของผู้ที่ได้เสียชีวิตก็ได้ค่อยๆอธิบายถึงลูกเขยทีละคนด้านแม่ของผู้ที่ได้เสียชีวิตนั้นได้สงสัยคนร้ายอาจจะเป็นอดีตลูกเขยของคนที่2 ซึ่งคือ นายกหมึก ซึ่งได้เป็นคนอารมณ์ค่อนข้างที่จะรุนแรง

และในช่วงที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันก็มักจะชอบทะเลาะกันกับลูกสาวกันอยู่บ่อยครั้งขณะที่น้องชายกลับปักใจเชื่อในทันทีว่าการสังหารของพี่สาวอย่างโหดเฮียมจะต้องเป็นฝีมือของนายกหมึกอย่างแน่นอนคนในครอบครัวต่างก็ได้ตั้งข้อสงสัยว่านายาหมึกอดีตสามีคนที่2ของผู้ที่เสียชีวิตทางด้านตำรวจจึงได้ตรวจสอบจากนั้นก็ได้พบความผิดปกติของผู้ชายคนนี้ในทันทีและเมื่อได้ตรวจก็ได้พบว่าญาติของนายกหมึกที่ได้อยู่ในอำเภอมหาราชล่าสุดได้มีการเข้าไปลงใบบันทึกประจำวัน

เอาไว้ที่โรงพักนั่นก็แสดงว่าน้องชายด้านของนายกหมึกก็ได้สงสัยในพฤติกรรมในตัวของพี่ชายเช่นกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตามรอยกันต่อไปเมื่อไม่นานก็ได้มองเห็นเส้นทางของการหลบหนีของนายกหมึกได้อย่างชัดเจนตอนนี้ทางตำรวจได้ทราบเบาะแสของนายกหมึกแล้วอีกไม่นานก็คือจะได้ตัวจากนั้นเราก็คงจะได้รู้คำตอบแล้วว่า

การสังหารอดีตภรรยาเก่าเป็นฝีมือของเขาหรือไม่คำพูดที่ได้มีการปกปิดมันไม่เป็นผลเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กดดันกลับและก็ได้ทราบว่านายกหมึกนั้นน้องชายของตนเองได้พาหลบหนีไปอยู่ที่ชายแดนที่ติดๆกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรีจากนั้นทางการด้านชุดปฏิบัติการกองปราบประมาณตอนเที่ยงคืนก็ได้เข้าร่วมกันได้ทำการปิดล้อม

เพื่อที่จะเข้าทำการจับกุมตัวจากการที่จะเข้าไปจับกุมตัวนายกหมึกนั้นน้องชายก็ได้พาไปดูรถที่นายกหมึกนั้นได้ใช้ทำการหลบหนีและก็พาไปดูที่นายกหมึกนั้นอาศัยอยู่ปรากฏว่าพบอยู่ในไร่ในสวนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้และยังต้องเดินเท้าเข้าไปอีกจนในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวนายกหมึกได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  dewabet

มีคำสั่งเปิดศูนย์ซ่อมมือถือในห้างสรรพสินค้า

มีคำสั่งเปิดศูนย์ซ่อมมือถือในห้างสรรพสินค้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่หาที่ซ่อมมือถือไม่ได้

     จากที่มีคำสั่งประกาศออกมาเกี่ยวกับการปิดสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า   สถานบันเทิง ร้านอาหาร ตลาด เรียกได้ว่าปิดทุกที่ที่จะเป็นแหล่งที่ประชาชนมักจะไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่นในปริมาณมากทั้งนี้หลังจากที่มีการประกาศปิดออกมาก็ได้สร้างผลกระทบให้กับประชาชนเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นการหาซื้ออาหารการกินการ  

ซื้อสินค้าบริโภคอุปโภค รวมถึงการไปทำธุรกรรมต่างๆ ก็ไม่ได้รับความสะดวกสบาย ซึ่งบางที่ก็ปิดบริการไปเลยต้องรอจนกว่าจะมีการแจ้งให้เปิดบริการอีกครั้งหนึ่งถึงจะสามารถเปิดทำการได้ยกตัวอย่างเช่นศูนย์บริการโทรศัพท์มือถือ อย่างของบริษัททรูมูพ หรือแม้แต่ ais ก็ปิดทำการส่งผลให้ลูกค้าที่อยากจะไปยกเลิกบริการก็ไม่สามารถทำได้

ซึ่งในการประกาศมีการแจ้งให้ห้างร้านต่างๆปิดบริการทุกร้านรวมถึงพวกร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือก็ได้รับผลกระทบต้องปิดทำการด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นหลังจากที่ร้านโทรศัพท์มือถือปิดทำการส่งผลถึงประชาชนทั่วไปที่มีการใช้งานโทรศัพท์มือถือแล้วเกิดปัญหามือถือขัดข้องทำให้ไม่สามารถที่จะไปหาที่ซ่อมมือถือได้ซึ่งผลกระทบนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

เพราะร้านมือถือปิดบริการซ่อมได้ก็ซ่อมไม่ได้ซื้อใหม่ก็ไม่มีที่ซื้อดังนั้นทางปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงได้มีการประสานงานไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดของทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยสั่งให้เปิดศูนย์บริการซ่อมโทรศัพท์มือถือขึ้นมาในห้างสรรพสินค้าในช่วงนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในการที่จะหาที่ซ่อมโทรศัพท์มือถือ 

   ซึ่งปัญหาการซ่อมโทรศัพท์มือถือมิได้นี้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมากจึงทำให้มีประชาชนหลายรายได้มีการเรียกร้องให้มีการเปิดร้านโทรศัพท์มือถือเพราะบางครั้งมือถือเสียหรือซิมการ์ดเสียประชาชนไม่สามารถที่จะไปหาศูนย์บริการที่ไหนในการซ่อมได้ 

ทั้งนี้ ถึงแม้จะมีการประกาศออกมาว่าให้ร้านโทรศัพท์มือถือเปิดให้บริการได้แต่ก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนเปิดบริการบ้างหรือไม่เนื่องจากว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ค่อยเข้าไปใช้บริการโทรศัพท์สักตรงไหนหากว่ามือถือไม่มีปัญหาซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้าน้อยและทางร้านอาจจะเห็นว่าไม่คุ้มค่ากับการที่ต้องมาเปิดร้านโดยทั้งนี้อาจจะต้องดูว่ามีศูนย์บริการไหนที่เปิดให้บริการบ้างรวมถึงมีห้างสรรพสินค้าห้างไหนที่จะประสานงานให้กับร้านมือถือมาเปิดบริการได้  

   อาจกล่าวได้ว่าผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ามีผลกระทบเป็นวงกว้างกับทุกสายอาชีพและประชาชนทุกคนซึ่งพวกเราควรจะต้องรีบช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ไม่เช่นนั้นทางรัฐบาลอาจจะมีมาตรการที่เข้มงวดมากกว่านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนมากกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ก็ได้ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8

คนแก่เมามาร้านนวดเอาปืนจ่อหัวเพื่อนขู่ฆ่า

คนแก่เมามาร้านนวดเอาปืนจ่อหัวเพื่อนขู่ฆ่าเพียงแค่เพื่อนนวดหมอคนที่นวดประจำ

มีลุงคนหนึ่งซึ่งแกเพิ่งดื่มเหล้าและเดินทางมาที่ร้านนวดแห่งหนึ่งหลังจากนั้นแกก็เข้ามาที่ร้านนวดและเห็นว่าหมอนวดที่แกนวดเป็นประจำนั้นกำลังนวดให้ลูกค้าคนอื่นอยู่ด้วยความเมาแกจึงโมโหและเอาปืนจ่อไปที่หัวของเด็กที่กำลังนวดอยู่และบอกว่ามึงแย่งเด็กกูทำไมซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ทำให้คนในร้านทั้งหมดตกใจเป็นอย่างมาก หานักข่าวได้ไปสัมภาษณ์คุณแก้วเจ้าของร้านต้องถามคุณแกบอกว่าตั้งแต่เกิดมาและตั้งแต่ที่เธอเปิดร้านนวดนี้เธอยอมรับว่าเธอเคยเห็นลุงคนนี้มาใช้บริการบ่อยมาก

แต่เธอไม่เห็นคุณลุงคนไหนที่เคยถือปืนและลากปืนเข้ามาในร้านแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง ฉันตอนที่คุณลุงเข้ามาที่ร้านนั้นคือในช่วงเวลาตอน 01:00 นพอดีและลุงคนนี้เป็นคนที่ใช้บริการของร้านนี้เมื่อไม่นานมานี้เองซึ่งเวลาคุณลุงคนนี้มาที่ร้านนี้ก็มักจะให้สาวนวดที่หน้าตาสวยคนหนึ่งมานวดให้เป็นประจำซึ่งมีช่วงเวลาที่แกมานั้น

สาวนวดก็ไม่ทำงานให้ใครอยู่ซึ่งก็นั่งพักอยู่ด้านหลังนั้นซึ่งแค่เดินเข้ามาก็เห็นเลยว่ามีพนักงานคนไหนนั่งพักอยู่บ้างและในตอนแรกเมื่อคุณลุงเห็นผู้หญิงคนนั้นคุณลุงก็เรียกผู้หญิงคนนั้นประมาณว่าเจี๊ยบไหนมานั่งกินเหล้าด้วยกันซิสักพักหนึ่งเจี๊ยบก็บอกว่าขอไปเข้าห้องน้ำก่อนจากนั้นคุณลุงก็รอเจี๊ยบแต่ในครั้งนี้เจี๊ยบไปเข้าห้องน้ำนานมากและคุณลุงเห็นว่ามีผู้ชายหนุ่มสองคนเดินออกมาจากห้องน้ำคคิดว่าพวกเขาแอบไปทำอะไรกันในห้องน้ำแต่คุณลุงคนนั้นกลับเข้าไปหาเด็กแล้วเอาปืนขู่หลังจากนั้นพวกวัยรุ่น 2 คนก็กลัวปืนได้วิ่งหนีไปหลังจากที่คนที่ลุงจะยิงหนีไปลุงก็เลยตัดสินใจหนีขับรถฟอร์จูนเนอร์ป้ายแดงกลับบ้านทันที

คุณลุงคนนี้เรียกน้องเจี๊ยบไปดื่มเหล้าด้วยและในตอนแรกคุณลุงคิดว่าน้องเจี๊ยบไปทำอะไรกับผู้ชาย 2 คนนั้นในห้องคุณลุงคิดว่าเจี๊ยบอาจจะเตรียมตัวหนีไปกับผู้ชาย 2 คนนั้นตอนที่ลุงเมาก็ได้ลุงเล็กโกรธและคิดว่าพวกเขายังคนนวดของลุงไปแต่พอตำรวจจะจับตัวลุงก็พูดไปตามความจริงและลงก็ยอมมอบตัวแต่โดยดี

ร้านน้องเจี๊ยบก็ได้มาบอกกับคุณลุงที่สำนักงานตำรวจว่าเธอไม่ได้ไปกับผู้ชายคนนั้นและไม่ได้มีอะไรกับผู้ชายคนนั้นในห้องน้ำที่เธอบอกว่าไปห้องน้ำนั้นจริงๆแล้วเธอจะเซอร์ไพรส์คือการไปหยิบเล่าให้กับคุณลุงและตั้งใจจะผสมเหล้าแบบที่คุณลุงชอบแต่ไม่คิดว่าแค่ว่าแค่หายไปเพราะผสมเหล้าให้คุณลุงนั้นก็ทำให้คุณลุงเกือบยิงคนตายที่ร้านของเธอที่เธอทำงานให้หลังจากที่มีข่าวที่เกิดขึ้นคุณแก้วได้แจ้งกับนักข่าวเราด้วยว่าเธอนั้นกดและติดสติ๊กเกอร์ไว้หน้าร้านอยู่แล้ว

ว่าห้ามเด็กต่ำกว่า 18 ปีเข้าร้านและห้ามพกอาวุธเข้าร้านเธอไม่คิดว่าคุณลุงจะทำอย่างนี้และเคอรี่ฝากข้อความถึงคุณลุงไว้ว่าถ้าจะกลับมาใช้บริการใหม่ให้เปลี่ยนนิสัยใหม่ซะไม่งั้นทางร้านจะไม่ต้อนรับคุณลุงเนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกค้า

ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯชี้แจงคำสั่งร้านขายอาหาร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯชี้แจงคำสั่งร้านขายอาหารเปิดขายได้แต่ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้นห้ามนั่งกินที่ร้าน

      มีที่เมื่อวันที่ 21 เดือนมีนาคมปีพ.ศ. 2563  ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพฯได้ออกมาประกาศให้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลทราบว่าจะมีการปิดห้างสรรพสินค้ารวมถึงสถานบันเทิงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆและที่สำคัญตลาดและร้านอาหารก็จะถูกปิดเป็นการชั่วคราวด้วยเพื่อเป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น 

วันนี้ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่ายังมีการเปิดให้บริการตามปกติบางแห่งเช่นในห้างสรรพสินค้าก็จะเปิดให้บริการของกลุ่มธนาคารรวมถึง จุดที่ขายอาหารสดก็ยังเปิดให้บริการตามปกติได้ส่วนร้านค้าที่ขายเป็นอาหารไม่ว่าจะเป็นร้านแผงลอยหรือเปิดเป็นร้านขายอาหารเองที่บ้านหรือจะเป็นพวกรถเข็นจะต้องมีการเปิดขายได้เฉพาะการซื้อแล้วนำกลับไปทานที่บ้านเท่านั้นไม่อนุญาตให้ร้านค้าต่างๆเปิดขายแล้วให้ลูกค้านั่งกินภายในร้านได้

และสำหรับหากร้านไหนที่ต้องการอยากจะให้ลูกค้านั่งกินอาหารภายในร้านร้านนั้นจะต้องมีการเปิดสถานที่ในการนั่งทานอาหารเป็นแบบโล่งรวมถึงจะต้องมีการจัดโต๊ะให้เว้นห่างกันโต๊ะละ 1 เมตรเพื่อที่คนที่กินจะได้ไม่นั่งอยู่ใกล้กันมากเกินไปเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

         จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่นับวันยิ่งมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆหลายฝ่ายจึงได้มีการประชุมและหารือกันโดยผลสรุปก็คือในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้นในช่วงนี้จะมีการปิดการให้บริการสถานที่ต่างๆที่เห็นแล้วว่าจะเป็นแหล่งที่ประชาชนจะไปรวมตัวกันมากๆไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิง  โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารเป็นต้นซึ่งข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะต้องปิดทำการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 22 เดือนมีนาคมแล้ว

จะปิดยาวไปจนถึงวันที่ 12 เดือนเมษายนปีพศ 2563 แล้วถึงจะมาดูอีกครั้งหนึ่งว่าในช่วงเวลาดังกล่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสามารถควบคุมได้แล้วหรือไม่แต่ถ้าหากยังพบปัญหาการแพร่ระบาดสูงอย่างต่อเนื่องก็อาจจะต้องมีมาตรการอื่นออกมาแก้ไขต่อไปทั้งนี้เหตุผลที่ต้องการปิดสถานที่ต่างๆไม่ให้ประชาชนไปรวมตัวกันมากนักก็เพื่อลดความเสี่ยงที่จะนำโรคไปติดต่อกันซึ่งหลังจากนี้ต้องดูว่ามาตรการนี้จะสามารถลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona ได้

หรือไม่และที่สำคัญประชาชนแต่ละคนให้ความร่วมมือมากแค่ไหนในการที่จะช่วยกันลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดเชื้อโรคในครั้งนี้  ก็มีหลายคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปิดสถานที่ดังกล่าวเหล่านี้ว่าจะส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของอาหารการกินแต่เท่าที่จะดูจากข้อมูลเบื้องต้นแล้วก็ยังมีการเปิดให้ขายของได้ตามปกติเพียงแต่ว่างดในเรื่องของการไปทานอาหารที่ร้านเพราะฉะนั้นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนกับประชาชนมากนักในเรื่องการหาของกินคงต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังจากที่มีการปิดสถานที่บางแห่งแล้วผลของการแพร่ระบาดลดลงหรือไม่

เพื่อนบ้านทะเลาะกันอีกฝ่ายเปิดกระโปรงโชว์ของลับ 

มาดูเหตุการณ์เพื่อนบ้านทะเลาะกันซึ่งมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำบ่อยครั้ง ล่าสุดเกิดจากบ้านที่อยู่ติดกันบ้านหลังนึงเปิดเพลงเสียงดังทำให้บ้านฝั่งตรงข้ามเกิดความไม่พอใจจึงได้มีการอัดคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ แล้วคุณในขณะที่อัดคลิปอยู่นั้นบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังได้ออกมาเห็นว่าฝั่งตรงข้ามมีการอัดคลิปไว้จึงเกิดความไม่พอใจและเกิดการทะเลาะกันขึ้น

ทะเลาะกันได้สักพักต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเข้าบ้านของตนเองแต่เข้าไปได้ไม่ถึง 10 นาทีบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังก็เดินออกมาหน้าบ้านอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากยังเห็นว่าบ้านฝ่ายตรงข้ามยังมีการแอบถ่ายบ้านของตนเองอยู่ดังนั้นจึงเกิดความไม่พอใจและเกิดการทักทายกันขึ้นซึ่งบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังตะโกนถามว่าอยากถ่ายนักใช่ไหมเดี๋ยวจะเปิดกระโปรงให้หลังจากนั้นบ้านที่เปิดเพลงเสียงดังก็ตัดสินใจเปิดกระโปรงของตัวเองโชว์ของลับโดยที่ไม่ได้ใส่กางเกง

ในให้คนที่ถ่ายคลิปได้เห็นหลังที่คลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่ออกไปก็ทำให้นักข่าวได้ลงเข้าไปดูพื้นที่ ซึ่งนักข่าวได้ไปคุยกับคุณปฐมพัฒน์ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับบ้านทั้งสองหลังโดยเขาได้เล่าว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 8:30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังจะออกไปทำงานเขาเล่าว่าบ้านทั้งสองหลังเคยทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วซึ่งวันดังกล่าวบ้านที่ถ่ายคลิปถ่ายไปเพราะว่า ร้านที่เปิดเพลงเสียงดังนำรถมาจอดหน้าบ้านแล้วเปิดประตูรถเปิดเพลงเสียงดังมาก

ทำให้บ้านอีกหลังนึงไม่พอใจจึงได้มาถ่ายคลิปเอาไว้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณปฐมพัฒน์แจ้งว่าตัวเองเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อนักข่าวสอบถามว่าตามความคิดเห็นของนายปฐมพัฒน์แล้วใครผิดถามเพื่อนบ้านที่เป็นคนกลางก็บอกว่าก็ผิดทั้งคู่เพราะว่าฝั่งที่เปิดเพลงเสียงดังก็ทำเกินไปที่เปิดเพลงโดยไม่สนใจว่าบ้านอื่นจะรำคาญเสียงเพลงของตนเองเลย ในส่วนของบ้านที่ถ่ายคลิปเองก็มีความผิดที่ไปยั่วโมโหจนเขาตบะแตกต้องเปิดกระโปรงโชว์ของลับให้ดู

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณป้าที่โดนถ่ายคลิปที่เปิดกระโปรงโชว์ได้เดินทางไปร้องศูนย์ดำรงธรรมเพื่อทำการเอาผิดกลับบ้านที่ถ่ายคลิปเพราะเนื่องจากว่าเมื่อมีการถ่ายคลิปแล้วยังมีการนำไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียทำให้ตนเองได้รับความอับอายเพราะคนทั่วประเทศเห็นตัวเองเปิดของลับกันทั้งประเทศแล้ว ซึ่งคุณป้าที่เปิดกระโปรงโชว์ของลับยืนยันว่าฝั่งที่ผิดคือฝั่งที่ถ่ายคลิปถ้าไม่ออกมาโวยวายตนเองก็ไม่ต้องมาเปิดกระโปรงโชว์และไม่ต้องไปเป็นที่อับอายของคนทั้งประเทศแบบนี้ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด