ผู้ชายเตี้ยควรทำอย่างไรให้ดูดี

สำหรับคุณผู้ชายที่มีส่วนสูงต่ำกว่า170เซนติเมตร ถือว่าความสูงนั้นต่ำกว่าเกณฑ์หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งคือเตี้ยหรือตัวตัวเล็กก็ได้ และสิ่งที่ผู้ชายเตี้ยนั้นไม่ควรมองเข้าเลยก็คือเรื่องการแต่งตัว เพราะการแต่งตัวนั้นเป็นสิ่งที่จะสามารถทำให้เราดุดีหรือดูแย่ ดังนั้นการแต่งตัวจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามและควรใส่ใจอย่างมากเลยทีเดียว โดยต้องรู้ว่าเรานั้นควรใส่และไม่ควรใส่อะไรในการใช้ชีวิตประจำวัน

การสังเกตโดยเริ่มต้นจากเรื่องของทรงผม ผู้ชายที่มีเตี้ยนั้นไม่ควรไม่ไว้ทรงผมที่สูง ผมยาวหรือผมฟูเพราะจะทำให้เรานั้นดูหัวโตและจะทำให้ดูเตี้ยตัน โดยทรงผมที่เหมาะกับผู้ชายเตี้ยนั้นคือการตัดผมสั้นซึ่งแต่ละทรงก็ขึ้นอยู่กับโครงหน้าของแต่ละคนด้วยจึงต้องหาทรงผมที่เข้ากับรูปหน้าของเรา การตัดผมสั้นนั้นจะทำให้ดู

เพียวขึ้นมองแล้วจะรู้สึกพอดีตัวกับสัดส่วนของตัวเอง

การดูแลบุคลิกภาพของตัวเองก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเพราะในการที่เราตัวเล็กนั้นอาจจะทำให้เราไม่มั่นใจและอาจจะหลังค่อมหรือการงอตัวอาจจะเกิดขึ้นได้ในคนที่ตัวเล็กก็จะยิ่งทำให้ดูตัวเล็กเข้าไปอีก เราจึงต้องมีความคิดว่าเรานั้นตัวใหญ่อยู่ตลอดเวลาแต่ไม่ใช่การยืนเบ่งก็จะทำให้เสียบุคลิกภาพเช่นกัน  การดูแลบุคลิกภาพนั้นคือการที่เรายืดอกผายไหล่ผึ่งนั่นเองจะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพและทำให้เรานั้นไม่ได้ดูตัวเล็กหรือเตี้ยมากและเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตอีกด้วย

การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสม สำหรับผู้ชายเตี้ยหรือตัวเล็กนั้นไม่ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่เป็นทรง Oversize ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากใส่เสื้อ Oversize ชายเสื้อก็จะยาวทำให้ช่วงชายเสื้อนั้นกินขาเราเข้าไป ก็ทำให้ขาดูสั้นตันนั่นเอง หรือถ้าหากอยากใส่เสื้อที่เป็นOversize จริงๆ ก็อาจจะเลือกที่ชายเสื้อไม่ได้ยาวมากนักเพื่อไม่ให้ชายเสื้อกินขาเราเข้าไปนั่นเอง ควรจะเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีความพอดีตัวและต้องเป็นเสื้อที่ไหล่ไม่ตกเพราะการที่ใส่เสื้อไหล่ตกนั้นจะทำให้เราดูเตี้ยเข้าไปอีกนั่นเอง และไม่ควรใส่เสื้อที่มีความฟิตจนหายใจไม่ออกก็ไม่เหมาะสม การใส่เสื้อผ้าให้พอดีตัวนั้นคือการใส่เสื้อผ้าที่เดินแล้วไม่อึดอัดไปไหนมาไหนได้อย่างคลองตัว ทั้งลุก นั่ง เดิน เป็นต้น 

การเอาเสื้อทับเข้าในกางเกงก็จะสามารถช่วยให้ผู้ชายเตี้ยนั้นดูสูงเพียวขึ้นมาได้ในทันที

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay มือถือ

สลดใจ..ผู้ใหญ่บ้านยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดับ สามีช็อก อยากรู้เกิดอะไรขึ้น

วันนี้มีข่าวที่เป็นเรื่องที่น่าสลดใจเกิดขึ้นเมื่อผู้ใหญ่บ้านได้นำปืนมายิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นที่หมู่บ้าน นาว่า จังหวัดชุมพร โดยเวลาเกิดเหตุประมาณ 1 ทุ่มตรง ซึ่งมีชาวบ้านได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเหตุยิงกันเกิดขึ้น และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็พบว่ามีศพของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อว่าคุณ จอย เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่7

ซึ่งตอนเกิดเหตุผู้ช่วยจอยได้มากินข้าวกับเพื่อนบ้าน และระหว่างที่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ผู้ใหญ่บ้านก็ได้บุกเข้ามายิงผู้ช่วยจอยต่อหน้าเพื่อนของผู้ช่วยจอยเลย ซึ่งทุกคนที่นั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่ตกใจกันมาก เพราะหลายคนต่างก็ออกมาบอกว่าทั้งผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยจอยไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกันเลยและยังช่วยกันทำงานดีมาก ซึ่งในที่เกิดเหตุนอกจากจะพบกับศพของผู้ช่วยจอยแล้ว

ยังพบศพของผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย เพราะพอทางผู้ใหญ่บ้านยิงผู้ช่วยจอยเสร็จ ผู้ใหญ่บ้านก็เอาปืนกระบอกเดียวกันยิงขมับตัวเองตาย  เหตุการณ์ในครั้งนี้นักข่าวได้ลงไปทำข่าวยังบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเจ้าของบ้านเป็นเพื่อนกับผู้ช่วยจอย ชื่อคุณสมศรี โดยเธอเล่าว่าทุกวันผู้ช่วยจอยจะมากินข้าวที่บ้านของเธอทุกเย็น ซึ่งคุณสมศรีเล่าว่า ตอนที่เกิดเหตุตนเองและผู้ตายมานั่งคุยกัน โดยยังคุยกันได้ไม่ถึงห้านาที ผู้ใหญ่บ้านก็เดินเข้ามาหาแล้วใช้อาวุธปืนยิงทันที โดยที่ไม่พูดอะไรเลย  ซึ่งก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะมายิงผู้ช่วยจอย ทางผู้ใหญ่บ้านเองก็ไปนั่งกินเหล้าขาวอยู่กับเพื่อน

และในระหว่างทีนั่งกินเหล้าอยู่นั้นผู้ใหญ่บ้านก็เห็นผู้ช่วยจอยขี่รถมอเตอร์ไซด์ผ่านมาพอดี จึงได้เดินตามไปแล้วก็เอาปืนมายิงผู้ช่วยจอยทางด้านหลังทันทีสองนัดแล้วหันกระบอกปืนมายิงตัวเองจนเสียชีวิต ซึ่งทางด้านคุณสมศรีก็มีการห้ามแล้วแต่ทางผู้ใหญ่ไม่ยอมฟัง  ส่วนทางด้านสามีของผู้ช่วยจอยได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าตนเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ผู้ใหญ่บ้านมายิงจอย

เพราะไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน ส่วนเรื่องที่มีบางคนเอามาลือกันว่าน่าจะเป็นเรื่องชู้สาว นั้นสามีของคุณจอยไม่เชื่อ เพราะว่าทั้งคู่อายุห่างกันมาก และพวกเขาก็ทำงานร่วมกันได้ดีมาต่อตลอด และพวกเขาทำงานด้วยกันมานานแล้ว และมีการนับถือกันเหมือนพี่น้อง แต่ไม่รู้ว่าทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องอะไร ทั้งหมู่บ้านไม่มีใครู้เรื่องมาก่อนเลย เพราะโดยปรกติหากคุณจอย มีเรื่องปัญหาอะไรก็จะมาเล่าให้สามีฟังตลอดคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาสาเหตุต่อไป 

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay แทงบอลออนไลน์

การเลือกสีเสื้อผ้าสำหรับคนเกิดวันจันทร์

สีเสื้อผ้าบางครั้งก็มีผลต่อการดำเนินชีวิตทางด้านหลักโหรศาสตร์เช่นกัน เพราะหากว่าเราสวมใส่เสื้อผ้าที่สีไม่เป็นมงคลต่อตัวเรานั้นก็อาจจะทำให้เรานั้นพลาดสิ่งต่างๆหรือเกิดเหตุร้ายๆกับเราได้เช่นกัน สีเสื้อผ้าจึงค่อนข้างมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตในหลักโหรศาสตร์นั่นเอง และเสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้นั้นจะมีสีที่แตกต่างกันแบ่งออกเป็นตามวันเกิดไปนั่นเอง

สำหรับคนเกิดวันจันทร์ที่มีความหลงใหลและเชื่อในหลักโหรศาสตร์ในการเลือกสีเสื้อผ้า ซึ่งต้องดูก่อนว่าสีหลักๆของคนเกิดวันจันทร์ที่ใส่แล้วช่วยส่งเสริมดวงในด้านต่างๆนั้นมีสีอะไรบ้าง เช่น การใช่เสื้อผ้าที่มีสีขาว สีเหลือง สีนี้นั้นจะช่วยส่งเสริมและเสริมสร้างด้านบริวาร ทำให้ผู้ที่เกิดวันจันทร์เมื่อมีการสวมใส่เสื้อผ้าที่เป็นสีขาวและสีเหลืองจะทำให้ลูกน้องคนรอบข้างคิดดีทำดีกับเราและคอยเกื้อหนุนหรือสนับสนุนในสิ่งที่เราทำและเชื่อใจยินดีร้อมที่จะทำตามในคำพูดต่างๆของเรา ซึ่งสีนี้เหมาะกับผู้ที่เป็นหัวหน้าคนและเกิดในวันจันทร์จะทำให้การสั่งงานกับลูกน้องหรือคนทำงานให้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดนั่นเอง

เสื้อผ้าสีชมพูสำหรับคนเกิดวันจันทร์ เสื้อผ้าสีชมพูนั้นจะช่วยส่งเสริมและเสริมสร้างดวงทางด้านร่างกาย ให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและไม่เจ็บป่วยนั่นเอง ดังนั้นคนที่เกิดวันจันทร์ควรจะใส่เสื้อผ้าที่มีสีชมพูอยู่ด้วยเสมอเพราะจะได้ส่งเสริมให้ร่างกายของเราแข็งแรงอยู่ในทุกๆวันนั่นเอง เสื้อผ้าสีเขียวจะช่วยส่งเสริมดวงคนที่เกิดวันจันทร์ในการเสริมสร้างให้ดูเป็นคนที่มีสง่าราศีออร่าจับ เดินไปไหนคนต้องมองและหลงไหล เพราะสีเขียวนั้นจะส่งเสริมดวงด้านนี้นั่นเอง เสื้อผ้าสีม่วงและสีดำ

จะช่วยส่งเสริมดวงของคนที่เกิดวัยจันทร์ด้านการเสริมสร้างความเมตตา ความมีเสน่ห์ทำให้ผู้ที่พบเห็นและผู้ที่อยู่รับข้างรู้สึกเมตตาเพราะความมีเสน่ห์ของเราและทำให้คนรอบข้างรักคนรอบข้างหลง หากได้ใส่เสื้อผ้าสีนี้แล้วไปออกงานเชื่อว่าคุณจะต้องเป็นคนที่มีคนเข้ามาเมตตาและเอ็นดูอย่างมากแน่นอน เสื้อผ้าสีส้มจะช่วยส่งเสริมดวงในด้านโชคลาภ การเงินของคนที่เกิดวันจันทร์ เสื้อผ้าสีส้มเป็นสีที่ร้อนแรงเปรียบเสมือนสีที่ส่องสว่างให้ชีวิตได้พบกับโชคลาภ เงินทองนั่นเองและสำหรับคนเกิดวันจันทร์ที่ทำการค้าขายการใส่เสื้อผ้าสีส้มไปทำการค้าขายนั้นจะช่วยให้คุณค้าขายได้ดีขึ้นด้วย

และเสื้อผ้าสีสุดท้าย คือเสื้อผ้าสีที่ควรหลีกเลี่ยง เสื้อผ้าสีแดงนั่นเอง ซึ่งสีแดงเป็นที่ที่เป็นกาลกิณีของคนเกิดวันจันทร์นั่นเอง หากมีการสวมเสื้อผ้าสีแดงในวันนั้นๆอาจจะทำให้พลาดสิ่งที่สำคัญหรือเกิดเหตุร้ายต่างๆได้  ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเชื่อและการคาดเดาทางด้านโหรศาสตร์เท่านั้น

 

 

สนับสนุนโดย  entaplayทางเข้า

จับคนร้ายที่เป็นสาเหตุให้นักเรียนชั้นม 6 เสียชีวิตได้แล้ว

          จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เสียชีวิตหลังจากที่ได้ร่วมงานปาร์ตี้กับเพื่อนชายของเธอโดยพ่อแม่ของเด็กสาวนั้นต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตให้ได้เนื่องจากว่ามั่นใจว่าลูกสาวของตนเองนั้นต้องถูกวางยาอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวนั้นผ่านมาจนเกือบจะอาทิตย์นึงอยู่แล้ว

จะน้อยที่สุดตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถควบคุมตัวผู้กระทำความผิดได้รับ 1 คนชื่อว่านายพัตน์ซึ่งชายคนดังกล่าวนั้นเป็นชายหนุ่มที่กำลังตามจีบเด็กนักเรียนหญิงที่เสียชีวิตนั่นเองและเป็นคนที่มารับตัวนักเรียนชั้นม 6 ไปงานปาร์ตี้อย่างไรก็ตาม นายพัตน์ ได้ให้การรับสารภาพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าในวันดังกล่าวที่มารับตัวเด็กหญิงมัธยมศึกษาปีที่ 6

ไปงานปาร์ตี้นั้นได้มีการให้กินยานอนหลับโดนถึงมีการผสมยาเสียสาวและยังมีโคเคนและยาเสพติดอื่นๆอีกหลายรายการทำให้เด็กหญิงที่ได้รับยามากเกินขนาดนั้นเกิดอาการช็อคและเสียชีวิตตามมานั่นเองซึ่งจากการตรวจสอบสภาพศพของเด็กหญิงที่มีเลือดออกทางปากและจมูกนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่ามีร่องรอยการบีบของอวัยวะ

ภายในซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าน่าจะเกิดจากการที่ทุกคนในงานปาร์ตี้นั้นช่วยกันทำ CPR เพื่อต้องการให้หญิงสาวนั้นฟื้นขึ้นมาในระหว่างที่มีอาการช็อกนั้นเองแต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการจับกุมนายพัตน์ นั่นก็เพราะว่าเขาคือคนที่พาหญิงสาวไปร่วมงานปาร์ตี้และเป็นคนนำยาให้เธอกินที่สำคัญนายพัตน์รับสารภาพว่า

ในวันงานนั้นเขาได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิตก่อนที่จะมีการเสียชีวิตอีกด้วยดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าเด็กหญิงนั้นถูกวางยาเกินขนาดทำให้เสียชีวิตนั่นเองและเด็กหญิงนั้นไปยังอายุไม่บรรลุนิติภาวะจึงทำให้ถูกพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นแจ้งความดำเนินคดีกรณีที่มีเพศสัมพันธ์กับบุตรสาวของเขา

ซึ่งแน่นอนว่าตอนที่มีเพศสัมพันธ์กันนั้นหญิงสาวไม่ได้สติเพราะว่าถูกวางยาเสพติดดังนั้นก็จะถูกดำเนินคดีอีก 1 กระทงด้วยเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายอื่นเพิ่มเติมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเด็กสาวในครั้งนี้ทางด้านพ่อแม่ของเด็กสาวนั้นก็รู้สึกพอใจกับการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก

ที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุดทำให้ลูกสาวของพวกเขานั้นสามารถนอนตายตาหลับและมองว่าการจับกุมคนร้ายมีครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาไม่นานก็สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้แล้วอย่างไรก็ตามตอนนี้กำลังมีการสอบสวนคนอื่นๆในงานปาร์ตี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมากน้อยแค่ไหนซึ่งจะต้องนำทุกคนนั้นมาทำการตรวจสอบของสารเสพติดซึ่งทหารอะไรตรวจแล้วมีสารเสพติดในปัสสาวะก็จะถูกดำเนินคดีด้วยเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  entaplay

การถูกทอดทิ้งของผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุเป็นช่วงวัยตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป ก็จะถือว่าเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวเนื่องจากสภาพร่างกายที่ร่วงโรยความแข็งแรงที่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน และด้วยสภาพแต่ละคนอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันไปด้วย บางคนอาจจะยังสามารถช่วยเหลือตัวเองในเรื่องต่างๆหรือทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตัวเองอยู่ หรือในบางคนในช่วงวัยนี้ความแข็งแรงางด้านร่างกายเสื่อมลงอย่างรวดเร็วก็อาจจะทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรืออาจจะช่วยเหลือตัวเองได้น้อย จึงทำให้ในช่วงวัยนี้นั้นก็อาจจะถูกมองว่าเป็นช่วงวัยที่เป็นภาระสำหรับครอบครัวและลูกหลานนั่นเอง

เมื่อถูกมองว่าเป็นภาระของครอบครัวและลูกหลานนั้นทำให้เกิดการทอดทิ้งผู้สูงอายุขึ้นโดยการทอดทิ้งอาจจะไม่ได้เป็นการทอดทิ้งแบบทั้งหมด แต่เป็นการปัดภาระในการดูแลของครอบครัวและให้ทางสถานสงเคราะห์หรือสถานที่รับเลี้ยงคนชราเป็นคนดูแลแทน แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นครอบครัวอาจจะยังเป็นคนดูแลและยังคงมาเยี่ยมผู้สูงอายุในบางครัวบางคราวด้วย แต่ในอีกรณีหนึ่งคือการปัดภาระทั้งหมดของครอบครัวและส่งผู้สูงอายุไปดูภายใต้การดูแลของสถานสงเคราะห์หรือบ้านพักคนชรา ถือว่าการกระทำเช่นนี้นั้นเป็นสิ่งที่ค่อยข้างจะเป็นภาระของสังคมด้วย ทำให้คนชราที่ต้องถูกทอดทิ้งทั้งในสถานสงเคราะห์หรือบ้านพักคนชรานั้นมีความรู้สึกเสียใจที่ตนเองนั้นถูกทอดทิ้ง โดยส่วนใหญ่แล้วแม้จะมาด้วยความเต็มใจเนื่องจากการที่จะมาอยู่บ้านพักคนชราได้นั้นจะต้องมีความยินยอมทั้งในครอบครัวและตัวผู้สูงอายุเองด้วย 

โดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุกล่าวว่าที่ตนต้องมาอยู่ในบ้านพักคนชรานั้นเป็นเพราะว่าตนเองเป็นภาระของครอบครัวหรือลูกหลานเนื่องจากลูกหรือคนที่ดูแลนั้นจะต้องทำงานและไม่สามารถมีเวลาเพียงพอที่จะดูแลผู้สูงอายุได้นั่นเอง โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็มักจะเข้าใจและยอมรับในจุดนี้ได้ แต่ในบางครั้งเค้าก็รู้สึกเสียใจที่บั้นปลายชีวิตของตนเองนั้นไม่ได้อยู่กับครอบครัวและลูกหลานนั่นเอง และมีผู้สูงอายุบางรายเมื่อได้เข้ามาอยู่ในบ้านพักคนชราแล้วมีการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนใหญ่จะคิดว่าตนเองนั้นไม่มีค่าพอที่จะให้ครอบครัวดูแลได้นั่นเอง

ในปัจจุบันก็ยังคงถือเป็นภาวะสังคมที่ไม่ค่อยจะดีนักเพราะยังคงมีการทอดทิ้งผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้สูงอายุเหล่านี้นั้นจะต้องมาอยู่ในที่ที่ไกลบ้านและครอบครัวและส่วนใหญ่ยังคงคิดว่าตัวเองนั้นไร้ค่าเสมอ ดังนั้นแล้วครอบครัวจึงควรให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ถึงแม้เค้าจะไม่แข็งแรงหรือไม่สามารถช่วยตัวเองๆได้มาก ครอบครัวควรจะช่วยกันในการดูแลผู้สูงอายุ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้บั้นปลายชีวิตของผู้สูงอายุนั้นสามารถมีความสุขได้นั่นเอง และจริงๆแล้วผู้สูงอายุก็ไม่ได้เป็นภาระมากมายขนาดนั้นถ้าครอบครัวลูกหลานเรียนรู้แล้วต่อสู้กับสิ่งต่างๆ เชื่อว่าก็สามารถดำเนินชีวิตและแบ่งเวลามาดูผู้สูงอายุได้นั่นเองและที่สำคัญจะได้ไม่เป็นภาระของสังคมด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2020

สาวโพสต์เตือนถูกวินหื่่น จะอนาจารผู้โดยสารด้วยการขอจับนม

       มีผู้ใช้ Facebook คนหนึ่งได้มีการออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับการใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งเป็นวินที่ให้บริการอยู่แถวย่านราชเทวีโดยเธอได้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ในขณะที่เธอกำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศนั้นเธอได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายจึงได้เดินออกมาดูพบว่าเป็นหญิงสาวกำลังตะโกนด่าพร้อมกับวิ่งไล่รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเธอจะได้เดินไปสอบถามหญิงสาวคนดังกล่าวได้ความว่าหญิงสาวคนนั้นนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

มาระหว่างทางคนขับรถมอเตอร์ไซค์พูดจาแทะโลมหญิงสาวคนนั้นพร้อมทั้งขอจับหน้าอกเธอจึงได้บอกให้หญิงสาวนั้นดักรออยู่ตรงนี้ส่วนเธอจะไปจากอีกเส้นหนึ่งซึ่งมันเป็นซอยที่ทะลุถึงกันและเป็นไปตามคาดเมื่อรถมอเตอร์ไซค์หายไปแค่เพียง 5 นาทีก็ออกมาแต่ว่าตอนออกมานั้นได้มีการถอดเสื้อวินออกแล้วนำไปเสียบไว้ตรงทางเท้าบริเวณรถอย่างไร

ก็ตามเธอได้มีการถ่ายรูปมีมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าวแล้วมาโพสต์ลง Facebook โดยระบุว่าชายคนดังกล่าวนี้เมื่อประมาณปี 61 ก็เคยก่อคดีช่วยเหลือตัวเองให้ผู้โดยสารดูจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและถูกพักใบอนุญาตการขับขี่ไป 1 เดือนหลังจากนั้นก็กลับมาขี่วินมอเตอร์ไซค์อีกและก็มาก่อเหตุขอจับหน้าอกผู้โดยสารพี่เป็นผู้หญิงอีกแล้วเธอจึงได้นำเรื่องนี้มาโพสต์

เพื่อให้ชาวโซเชียลที่มีการใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์แถวบริเวณราชเทวีให้ระวังตัวเป็นคนดังกล่าวอย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องราวนี้เป็นข่าวโด่งดังขึ้นมาทางผู้ศึกษาได้มีการลงไปดูพื้นที่เกิดเหตุปรากฏว่ายังพบว่าชายที่ขับวินหื่นคนนั้นยังคงทำงานอยู่เหมือนเดิมเลยกำลังออกไปส่งผู้โดยสารอยู่พอดีเมื่อเดินทางไปถามกับวินมอเตอร์ไซค์คนอื่นๆ

ต่างก็ให้การตรงกันว่าชายคนดังกล่าวไม่ใช่พนักงานในวินของราชเทวีโดยตรงแต่ก็จะมีแอบมาคอยรับผู้โดยสารเป็นบางครั้งซึ่งพวกเขาไม่รู้จักชายคนดังกล่าวแต่ก็เคยทราบว่าเคยก่อคดีช่วยเหลือตัวเองแล้วถูกจับมาแล้วและเมื่อพวกวินรู้เรื่องราวที่เพิ่งก่อไปเมื่อวานนี้ก็ทำให้หลายคนนั้นเกิดอาการไม่พอใจโดยบอกว่าเมื่อปีที่แล้วที่ใช้คนเก่าก่อเหตุไปนั้นก็ทำให้ผู้โดยสารแถวราชเทวีนั้นลดน้อยลง

วันนี้มาก่อเหตุอีกพวกเขาก็เกรงว่าผู้โดยสารก็จะลดลงอีกเหมือนเดิมจึงไม่อยากให้ชายคนดังกล่าวนั้นมาขับรถวินมอเตอร์ไซค์แถวนี้หรือถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เลิกขับมอเตอร์ไซค์ไปเลยยังไงก็ตามเมื่อไปถามชาวบ้านตรงบริเวณที่เกิดเหตุในวันดังกล่าวที่มีการโพสต์ลงใน Facebook ปรากฏว่าชาวบ้านบอกว่าทราบเรื่องราวเช่นเดียวกันโดยปกติแล้ววินมอเตอร์ไซค์คนดังกล่าวนั้นจะไม่ค่อยสุงสิงกับใครแต่ก็ไม่มีใครรู้จักว่าชื่ออะไรและขับอยู่วินไหนเหมือนกัน

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน มั่นคง

เจ้าอาวาสขาดสติขับรถพุ่งชนสาวท้องแก่และใช้มีดอีโต้ฟันหัวจนเสียชีวิต

       เป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่งเมื่อหญิงสาวท้องแก่คนหนึ่งถูกรถกระบะพุ่งชนแถมคนที่ขับรถกระบะพุ่งชนนั้นยังลงมาใช้มีดอีโต้ฟันไปตามร่างกายและหัวของหญิงสาวคนดังกล่าวจนทำให้เธอนั้นถึงแก่ความตายซึ่งจากการตรวจสอบสภาพศพของเธอนั้นเธอกำลังตั้งท้องอายุครรภ์ 8 เดือนอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์โดยชายคนที่ก่อเหตุดังกล่าวนั้น

ได้แต่งกายคล้ายกับพระสงฆ์และเมื่อจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าชายคนดังกล่าวนั้นเป็นถึงเจ้าอาวาสวัดไทยสามัคคีในจังหวัดบุรีรัมย์ส่วนหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นอายุ 33 ปีเธอกำลังท้องแก่ใกล้คลอดอายุครรภ์ของเธอนั้น 8 เดือนแล้วเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวนั้นกลายเป็นผีตายทั้งกลมสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางผู้ก่อเหตุยังไม่ได้มีการอธิบายถึงเหตุผลในการกระทำในครั้งนี้แต่ทางด้านพี่ชายของผู้ก่อเหตุได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในสมัยที่เจ้าอาวาสเป็นพระอยู่นั้น

ได้เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่ประมาณ 2-3 ปีหลังจากนั้นก็ได้เลิกรากันไปนานแล้วแต่หลังจากที่เลิกรากันไปหญิงสาวที่เสียชีวิตนั้นยังคงตามมาก่อกวนเจ้าอาวาสผู้ก่อเหตุผลดังกล่าวด้วยการพยายามมาขายเงินอยู่ตลอดเวลาซึ่งล่าสุดนั้นได้ทั้งทองคำไปและได้ทั้งบัตร ATM ไปแต่เธอก็ยังไม่ยอมยังคงมาขอเงินอยู่เรื่อยๆ

โดยอ้างว่าถ้าหากไม่ให้เงินนั้นก็จะมีการออกมาแฉเกี่ยวกับสัมพันธ์สวาทที่เคยมีร่วมกันมารวมถึงจะบอกกับคนอื่นด้วยว่าเด็กในท้องของเธอนั้นคือลูกของเจ้าอาวาสนั่นเองทำให้เจ้าอาวาสคนดังกล่าวนั้นเกิดความไม่พอใจและเก็บกดมาอย่างนั้นซึ่งเคยได้พูดกับพี่ชายของตนเองด้วยว่าอยากจะฆ่าหญิงสาวให้ตายและถ้าเขาไม่สามารถฆ่าหญิงสาวคน

ดังกล่าวได้เขาจะฆ่าตัวเองตายแทนซึ่งทางพี่ชายนั้นได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทางด้านน้องชายที่เป็นผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะขับรถมาแล้วเจอหญิงสาวกำลังเดินอยู่กับแฟนใหม่จึงทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบจึงได้มีการขับรถพุ่งชนหญิงท้องแก่เสียชีวิตอย่างไรก็ตามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์แจ้งว่ารถกระบะพุ่งมาด้วยความเร็วพยายามขับรถชนท้ายรถมอเตอร์ไซค์

ซึ่งมีฝ่ายชายขับและมีหญิงสาวท้องแก่นั่งซ้อนท้ายมาเมื่อรถกระบะมาถึงก็พุ่งเข้าชนท้ายของรถมอเตอร์ไซค์จนเป็นสาเหตุให้รถมอเตอร์ไซค์ล้มหลังจากนั้นก็พุ่งเข้าชนหญิงท้องแก่อย่างไม่ปรานีและที่สำคัญเมื่อรถหยุดแล้วพระที่ขับรถนั้นยังมีการลงมาจากรถและนำมีดอีโต้ซึ่งมีความยาวถึง 60 cm ไปฝังตามร่างกายของหญิงท้องแก่โดยคิดว่าต้องการที่จะฆ่าให้ถึงตายเลยทีเดียวหลังจากที่ข้าหญิงท้องแก่เสร็จเรียบร้อยแล้วชายที่แต่ง พระสงฆ์ก็หลบหนีไปจนในที่สุดทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถตามจับกุมตัวมาได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame

จากที่ทีมวิจัยของจีนเจอเชื้อไวรัสในค้างคาว

จากที่ทีมวิจัยของจีนเจอเชื้อไวรัสในค้างคาวประเทศไทยเองก็ตามจับค้างคาวมงกุฏเพื่อมาตรวจหาเชื้อเหมือนกัน

          เมื่อวันที่ 13 เดือนมิถุนายนปีพศ 2563    ได้มี Facebook ที่มีการประกาศออกมาจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชระบบเกี่ยวกับการทำงานของสัตวแพทย์ท่านหนึ่งที่ชื่อว่าคุณหมอล็อต ได้มีการติดต่อประสานงานกับทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อขอเข้าไปในพื้นที่เดินทางด้านคุณหมอนั้นได้มีการนำบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปที่ป่าเขาสอยดาวจังหวัดจันทบุรีใครต้องการที่จะไปจับค้างคาวมงกุฎเพื่อนมาตรวจสอบข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการเก็บตัวอย่างของอุจจาระค้างคาว

หรือเลือดของค้างคาวหรือแม้แต่น้ำลายของเขาก็ตามเพื่อที่จะได้ทำการเช็คว่าค้างคาวมงกุฎนั้นมีเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่หรือไม่เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ทางการของประเทศจีนได้ออกมาประกาศถึงผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ของประเทศจีนว่าสามารถค้นพบเชื้อไวรัสโคโรนาได้ในค้างคาวอย่างนั้นประเทศไทยเองก็มีค้างคาวเป็นจำนวนมากทางด้านประเทศต่างๆจึงได้มีการลงพื้นที่เพื่อนำค้างคาวนั้นไปทำการตรวจเช็ค ซึ่งจริงๆก็จะต้องมีการตรวจสัตว์ประเภทค้างคาวทุกสายพันธุ์แต่ในครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นที่สายพันธุ์มงกุฎก่อน

เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับสายพันธุ์ของประเทศจีนมากที่สุดยังไงก็ตามค้างคาวมงกุฎนั้นยังแบ่งสายพานย่อยออกถึง 23 สายพันธุ์ด้วยกัน  อย่างไรก็ตามการทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของค้างคาวนั้นประเทศไทยมีการวิจัยมาโดยตลอดอยู่แล้วซึ่งหากย้อนเวลากลับไปดูก็จะมีการวิจัยต่อเนื่องยาวนานเกี่ยวกับค้างคาวมาถึง 20 ปีด้วยกัน

แต่จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้วไม่มีรายชื่อของค้างคาวมงกุฎในผลของการวิจัยเลยดังนั้นครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการออกมาในเขตอุทยานเพื่อขอจับค้างคาวไปทำการตรวจสอบซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่นั้นมีการตรวจจับค้างคาวไปทั้งสิ้นประมาณ 100 ตัวเพื่อออกไปในห้องปฏิบัติการเพื่อค้นคว้าวิจัยอย่างไร

ก็ตามโดยปกติแล้วค้างคาวนั้นก็จะอยู่ในส่วนของกลุ่มพวกมันซึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำและหากินในตอนกลางคืนปกติเรามักไม่เห็นค้างคาวออกมาวุ่นวายกับมนุษย์มากนักจะมีก็แต่ตัวมนุษย์นั่นเองที่มักจะเข้าไปในถ้ำแล้วไปจับค้างคาวโดยประเทศไทยมันก็ยังมีคนบางประเภทที่นิยมกินเนื้อข้างๆกันอยู่ซึ่งการที่เราเคยจับสัมผัสข้างๆนี่เอง

ที่จะทำให้เราติดเชื้อไวรัสจากค้างคาวได้ดังนั้นหากเราไม่เข้าไปก่อกวนระบบนิเวศของค้างคาวพวกมันก็จะยังคงหากินและอาศัยอยู่ตามแหล่งหากินของพวกมันยกเว้นว่าเราไปทำลายระบบนิเวศหรือแหล่งหากินของพวกมันเมื่อนั้นค้างคาวก็จะมายุ่งกับคนและจะนำเชื้อโรคมาสู่คนด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  dewabet

ในที่สุดศาลก็ตัดสินจำคุกผู้บริหารร้านอาหารแหลมเกตุซีฟู้ดให้ติดคุก1446 ปี 

          หากยังจำกันได้ดีเมื่อประมาณวันที่ 22 เดือนมีนาคมปีพศ 2562 ได้มีคดีความร้องเรียนจากผู้บริโภคให้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของร้านอาหารแหลมเกตุซีฟู้ดในข้อหาฉ้อโกงเนื่องจากว่าชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นได้รับโปรโมชั่นจากร้านอาหารแหลมเกตุซีฟู้ดให้ทำการซื้อโปรโมชั่นได้ในราคาพิเศษโดยให้มีการจองคิวผ่านระบบออนไลน์ของทางร้าน

และให้ทำการโอนเงินให้เข้าบริษัทแหลมเกตุซีฟู้ดก่อนหลังจากนั้นก็จะสามารถมารับประทานอาหารที่ร้านได้ในราคาโปรโมชั่นพิเศษซึ่งหลังจากที่ประชาชนส่วนใหญ่มีการเข้าไปจองคิวและโอนเงินเข้าไปที่บริษัทแหลมเกตุซีฟู้ดเป็นที่เรียบร้อยแล้วปรากฏว่าไม่สามารถไปรับประทานอาหารในราคาโปรโมชั่นดังกล่าวได้

โดยทางผู้บริหารให้เหตุผลว่าโปรโมชั่นหมดเนื่องจากว่าวัตถุดิบที่เตรียมเอาไว้ขายในช่วงโปรโมชั่นนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าและยกเลิกโปรโมชั่นทันทีเพราะมีคนสนใจเป็นจำนวนมากแต่ลูกค้าที่มีการจองคิวและโอนเงินเข้าไปแล้วนั้นไม่พอใจเพราะเหมือนว่าตนเองนั้นถูกหลอกจึงได้มารวมตัวกันเพื่อทำการแจ้งความดำเนินคดี

ซึ่งทางผู้บริหารของร้านอาหารแหลมเกตุซีฟู้ดนั้นก็ได้ออกมาต่อสู้คดีอย่างยาวนานตั้งแต่เดือนมีนาคมปีพศ 2562 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันจนในที่สุดทางด้านศาล ก็ได้มีการออกมาตัดสินโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้วผลสรุปออกมาก็คือทางผู้บริหารของร้านอาหารแหลมเกตุซีฟู้ดนั้นมีความผิดในข้อหาฉ้อโกงโดยผู้บริหารที่จะถูกดำเนินคดีนั้นมีอยู่จำนวน 2 คนด้วยกันและศาล ไม่มีการตัดสินโทษความผิดนั้น

ตามจำนวนของผู้ได้รับความเสียหายซึ่งมีเป็นจำนวนมากทำให้จำนวนโทษที่ต้องติดคุกนั้นรวมกันแล้วทั้งสิ้นนานถึง 1446 ปี และจะมีการปรับเงินอีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามทางศาลได้พิจารณาแล้วว่าผู้กระทำความผิดทั้งสองคนนั้นให้การยอมรับสารภาพซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาลจึงได้มีการลดโทษให้กับผู้กระทำความผิดคนละครึ่งดังนั้นผู้บริหารทั้งสองคนนั้นจะถูกสั่งจำคุกเป็นระยะเวลาคนละ 723 ปีและที่สำคัญจะต้องมีการนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน สองล้านห้าแสนเก้าร้อยหกสิบบาท อีกด้วย  

    คดีนี้ถือเป็นคดีที่มีการส่งเรื่องพิจารณากันมานานเกิน 1 ปีเป็นคดีหลอกลวงผ่านทางระบบออนไลน์ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้มีการส่งเรื่องฟ้องมาอย่างยาวนานและผู้เสียหายนั้นก็รอผลการตัดสินของศาลมาอย่างยาวนานเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามในที่สุดแล้วก็สามารถสรุปปีนี้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าร้านอาหารนั้นมีความผิดจริงในข้อหาหลอกลวงผู้บริโภคจึงทำให้ผู้บริหารของร้านอาหารดังกล่าวนั้นถูกดำเนินคดีในที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน

สาวกินข้าวหลามไส้ตะขาบอ้วกแทบพุ่ง

         ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งเธอเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ได้ออกมาโพสต์ Facebook ส่วนตัวพูดถึงเรื่องราวที่เธอเพิ่งจะพบเจอมาเกี่ยวกับเรื่องของอาหารที่ไม่สะอาดโดยข้อความของเธอนั้นถูกโพสต์ไปเมื่อวันที่ 12 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 โดยข้อความที่เธอโพสต์ลงใน Facebook นั้นเธอได้เล่าว่าเลิกกับแม่ของเธอนั้นได้ไปทำธุระที่อำเภอนางรอง

ซึ่งในขณะที่เธอกับแม่ขับรถไปนั้นได้มีการแวะไปที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งโดยแม่ของเธอนั้นได้ลงไปหาซื้อของกินขึ้นมาและหนึ่งในของกินที่แม่เธอซื้อกลับมานั้นก็มีข้าวหลามอยู่ด้วยโดยซื้อมาทั้งหมด 2 กระบอกซึ่ง 1 กระบอกนั้นได้เอาให้คุณยายไว้กินส่วนอีกหนึ่งกระบอกนั้นเธอและแม่นำมากินกับลูกชายของเธอเมื่อกำลังนั่งกินข้าวหลามกันอย่างเอร็ดอร่อย

และใกล้จะหมดอยู่แล้วนั้นปรากฏว่าเคยเห็นว่าตรงก้นข้าวหลามนั้นมีสีดำๆค่อนข้างเยอะซึ่งตอนแรกเธอคิดว่าเป็นถั่วดำแต่เมื่อมองดีๆแล้วเห็นว่ามันมีลักษณะยาวติดต่อกันจึงได้นำไปให้พ่อของเธอนั้นดูให้อีกทีนึงของเธอเห็นก็บอกว่า สีดำดำนั้นคือตัวตะขาบไม่ใช่เมล็ดถั่วดำดังนั้นเธอจึงได้แกะออกมาดูเพื่อความมั่นใจแล้วมึงก็เห็นว่าเป็นตะขาบจริงๆ

เธอก็รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาทันทีโดยเธอกินใกล้จะหมดแล้วและแน่นอนเธอได้ถ่ายรูปข้าวหลามที่มีตะขาบปนเปื้อนเอาไว้เพื่อนำมาโพสต์ใน Facebook ซึ่งเธอบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาผิดกับร้านค้าที่ขายข้าวหลามให้กับเธอว่าเธออยากนำเรื่องราวนี้มาเป็นอุทาหรณ์คนในโซเชียลเห็นว่าหากจะซื้อของหรือจะกินอะไรควรตรวจสอบให้รอบคอบก่อนเช่นเดียวกัน

เธอก็อยากให้ทางร้านค้าที่ผลิตอาหารขายมีการตรวจสอบความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนที่จะนำของออกมาขายซึ่งตะขาบที่อยู่ในข้าวหลามนี้เธอคิดว่าทางเจ้าของร้านเองก็คงจะไม่รู้ว่ามีตะขาบอยู่ข้างในซึ่งเธอมองว่าน่าจะเป็นการที่ตะขาบไต่เข้าไปในกระบอกข้าวหลามแล้วทางเจ้าของข้าวหลามนั้นไม่ทันมองจึงได้มีการใส่ข้าวหลามทับลงไปแล้วค่อยนำไปเผา

ซึ่งทำให้เกิดเป็นตะขาบอยู่ในข้าวหลามนั่นเองอย่างไรก็ตามการเลือกกินอาหารที่ไม่สะอาดนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างน้อยก็จะมีอาการของอาหารเป็นพิษและอาจจะเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ดังนั้นการจะกินอาหารอะไรควรจะมีการตรวจสอบความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนซึ่งทางหญิงสาวที่มีการโพสต์ Facebook นี้ยังบอกอีกว่าหลังจากนี้เธอคงจะหยุดกินข้าวหลามไปเป็นพักใหญ่เพราะคงไม่กล้ากินไปอีกนานถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารที่เธอชื่นชอบก็ตาม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์