สาวกินข้าวหลามไส้ตะขาบอ้วกแทบพุ่ง

         ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งเธอเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ได้ออกมาโพสต์ Facebook ส่วนตัวพูดถึงเรื่องราวที่เธอเพิ่งจะพบเจอมาเกี่ยวกับเรื่องของอาหารที่ไม่สะอาดโดยข้อความของเธอนั้นถูกโพสต์ไปเมื่อวันที่ 12 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 โดยข้อความที่เธอโพสต์ลงใน Facebook นั้นเธอได้เล่าว่าเลิกกับแม่ของเธอนั้นได้ไปทำธุระที่อำเภอนางรอง

ซึ่งในขณะที่เธอกับแม่ขับรถไปนั้นได้มีการแวะไปที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งโดยแม่ของเธอนั้นได้ลงไปหาซื้อของกินขึ้นมาและหนึ่งในของกินที่แม่เธอซื้อกลับมานั้นก็มีข้าวหลามอยู่ด้วยโดยซื้อมาทั้งหมด 2 กระบอกซึ่ง 1 กระบอกนั้นได้เอาให้คุณยายไว้กินส่วนอีกหนึ่งกระบอกนั้นเธอและแม่นำมากินกับลูกชายของเธอเมื่อกำลังนั่งกินข้าวหลามกันอย่างเอร็ดอร่อย

และใกล้จะหมดอยู่แล้วนั้นปรากฏว่าเคยเห็นว่าตรงก้นข้าวหลามนั้นมีสีดำๆค่อนข้างเยอะซึ่งตอนแรกเธอคิดว่าเป็นถั่วดำแต่เมื่อมองดีๆแล้วเห็นว่ามันมีลักษณะยาวติดต่อกันจึงได้นำไปให้พ่อของเธอนั้นดูให้อีกทีนึงของเธอเห็นก็บอกว่า สีดำดำนั้นคือตัวตะขาบไม่ใช่เมล็ดถั่วดำดังนั้นเธอจึงได้แกะออกมาดูเพื่อความมั่นใจแล้วมึงก็เห็นว่าเป็นตะขาบจริงๆ

เธอก็รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาทันทีโดยเธอกินใกล้จะหมดแล้วและแน่นอนเธอได้ถ่ายรูปข้าวหลามที่มีตะขาบปนเปื้อนเอาไว้เพื่อนำมาโพสต์ใน Facebook ซึ่งเธอบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาผิดกับร้านค้าที่ขายข้าวหลามให้กับเธอว่าเธออยากนำเรื่องราวนี้มาเป็นอุทาหรณ์คนในโซเชียลเห็นว่าหากจะซื้อของหรือจะกินอะไรควรตรวจสอบให้รอบคอบก่อนเช่นเดียวกัน

เธอก็อยากให้ทางร้านค้าที่ผลิตอาหารขายมีการตรวจสอบความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนที่จะนำของออกมาขายซึ่งตะขาบที่อยู่ในข้าวหลามนี้เธอคิดว่าทางเจ้าของร้านเองก็คงจะไม่รู้ว่ามีตะขาบอยู่ข้างในซึ่งเธอมองว่าน่าจะเป็นการที่ตะขาบไต่เข้าไปในกระบอกข้าวหลามแล้วทางเจ้าของข้าวหลามนั้นไม่ทันมองจึงได้มีการใส่ข้าวหลามทับลงไปแล้วค่อยนำไปเผา

ซึ่งทำให้เกิดเป็นตะขาบอยู่ในข้าวหลามนั่นเองอย่างไรก็ตามการเลือกกินอาหารที่ไม่สะอาดนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างน้อยก็จะมีอาการของอาหารเป็นพิษและอาจจะเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ดังนั้นการจะกินอาหารอะไรควรจะมีการตรวจสอบความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนซึ่งทางหญิงสาวที่มีการโพสต์ Facebook นี้ยังบอกอีกว่าหลังจากนี้เธอคงจะหยุดกินข้าวหลามไปเป็นพักใหญ่เพราะคงไม่กล้ากินไปอีกนานถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารที่เธอชื่นชอบก็ตาม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

พระไปนั่งปฏิบัติธรรมคนเดียวอยู่ในถ้ำหายไปนาน 1 เดือน

พระไปนั่งปฏิบัติธรรมคนเดียวอยู่ในถ้ำหายไปนาน 1 เดือนลูกศิษย์ไปพบเสียชีวิตในสภาพนั่งสมาธิ

      ที่จังหวัดหนองบัวลำภูเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุว่าพบศพพระมรณภาพอยู่ภายในถ้ำแห่งหนึ่งภายในจังหวัดหนองบัวลำภูโดยสภาพของพระนั้นอยู่ในท่านั่งสมาธิและร่างกายนั้นผอมแห้งซึ่งคาดว่าเสียชีวิตมานานเกือบเดือนแล้วโดยคนที่ไปพบศพพระที่เสียชีวิตนั้น

เป็นลูกศิษย์ลูกหาที่ตั้งใจจะไปเยี่ยมพระอาจารย์แต่เมื่อไปถึงกับผมว่าพระอาจารย์นั้นมรณภาพเรียบร้อยแล้วสำหรับสถานที่ปฏิบัติธรรมที่พบศพพระอาจารย์นั้นเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมวัดถ้ำน้ำทิพย์และพระอาจารย์ที่เสียชีวิตนั้นชื่อว่าพระครูตี๋ซึ่งแต่เดิมนั้นท่านอยู่ที่จังหวัดเลยแต่ได้เดินทางมาปฏิบัติธรรมที่ถ้ำที่จังหวัดหนองบัวลำภูโดยลูกศิษย์ลูกหาของพระครูตี๋นั้นได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยว่าฟังพระครูตี๋นั้นได้ร่ำลาลูกศิษย์ลูกหาโดยบอกว่าอยากจะมานั่งปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในถ้ำคนเดียวและไม่ต้องการให้ลูกศิษย์ลูกหานั้น

ติดต่อสื่อสารกับตนซึ่งขอเวลาปฏิบัติธรรมและตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นระยะเวลาสัก 1 เดือนโดยทางลูกศิษย์ลูกหานั้นก็ทำตามคำสั่งของพระครูศรีจึงไม่ได้มีการติดต่อเข้าไปดูแลหรือไปเยี่ยมพระครูตี๋เลยจนเมื่อผ่านไปครบ 1 เดือนลูกศิษย์ลูกหาจึงได้พากันเดินทางไปกราบไหว้พระครูตี๋ที่ถ้ำน้ำทิพย์ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระครูศรีบอกว่าจะไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานแต่เมื่อไปถึงลูกศิษย์กับพบว่าพระครูตี๋นั้นได้ละสังขารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และลักษณะของสภาพศพของพระครูตี๋นั้นก็มีร่างกายที่แห้งเหี่ยวไปเรียบร้อยแล้วซึ่งยังอยู่ในท่าของการนั่งวิปัสสนากรรมฐานและเมื่อสันนิษฐานการเสียชีวิตนั้นพบว่าน่าจะเสียชีวิตมาเป็นระยะเวลานานแล้ว อะไรก็ตามทางด้านลูกศิษย์ลูกหาจะได้มีการนำร่างของพระครูตี๋นั้นไปบำเพ็ญกุศลทางหลักพระพุทธศาสนาที่วัดที่พระครูตี๋นั้นประจำอยู่ที่จังหวัดเลย

       คราวนี้ก็สร้างความเสียใจให้กับลูกศิษย์ลูกหาของพระครูตี๋เป็นอย่างมากเนื่องจากว่าเป็นการจากไปของพระครูที่ยังไม่ได้มีการร่ำลากันระหว่างลูกศิษย์ลูกหากับพระอาจารย์เลยซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าอาจารย์นั้นสิ้นอายุขัยแล้วและเสียชีวิตอนาถเนื่องจากไม่มีใครมาพบศพจึงทำให้ศพนั้นแห้งเหลืออีกอันนึงอาจจะมีโรคประจำตัวและเมื่อมานั่งวิปัสสนากรรมฐานในถ้ำ

ซึ่งอาจจะมีความชื้นอาจจะทำให้เกิดโรคกำเริบขึ้นมาก็ได้แต่ไม่น่าจะใช่เกิดจากสาเหตุของการถูกพิษของสัตว์มีพิษเนื่องจากว่าถ้าหากถูกพิษก็ไม่น่าจะนั่งเสียชีวิตในท่าวิปัสสนากรรมฐานที่ถูกผิดน่าจะต้องร้องทุรนทุรายซึ่งการเสียชีวิตก็น่าจะล้มลงตะแคงหรือนอนกับพื้นไม่น่าจะอยู่ที่ท่านั่งขัดสมาธิดังนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าอันละสังขารเองหรืออาจจะป่วยในขณะที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

เกิดเหตุไฟไหม้หมู่บ้านในจังหวัดสกลนคร

เกิดเหตุไฟไหม้หมู่บ้านในจังหวัดสกลนครสร้างความเสียหายให้กับบ้านถึง 5 หลังคาเรือน

           ช่วงเวลาประมาณ 10:45 นของวันที่ 5 มิถุนายนปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับการแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าให้มาช่วยกันดับไฟไหม้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งแถวบริเวณซอยเจริญเมือง 16 ต่อเนื่องไปยังซอยกำจัดภัย 9 ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดสกลนครโดยเพลิงไหม้นั้นได้หรือเปล่าโหรุนแรงมากเนื่องจากว่าบ้านบริเวณพื้นที่ดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่สร้างมาจากไม้จึงทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทางด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลังกันนำเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเป็นจำนวนมาก

พร้อมรถดับเพลิงมากถึง 20 คันเวรผลัดเปลี่ยนกันในการนำน้ำยาฉีดพ่นดับเพลิงแต่อย่างไรก็แล้วแต่เนื่องจากว่าวัตถุที่ไฟไหม้นั้นเป็นวัตถุที่เสริมทำให้ไฟไหม้อย่างรวดเร็วเนื่องจากว่าเป็นไม้ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการดับเพลิงนานถึง 2 ชั่วโมงกว่าเพลิงไหม้จะสิ้นสุดลงซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมากมีบ้านที่ถูกไฟไหม้จำนวนทั้งสิ้น 5 หลังด้วยการและข้าวของภายในบ้านของทุกคนนั้น

ก็ได้รับความเสียหายหมดแต่โชคยังดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตเลยโดยผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าต้นเหตุของบ้านที่เกิดเพลิงไหม้น่าจะเป็นบ้านของชายชราคนหนึ่งอายุ 70 ปีซึ่งในขณะที่เขาเกิดเหตุนั้นเขากำลังนอนหลับอยู่ในห้องและคาดว่าสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ก็เพราะว่าบ้านของชายชรานี้มีอายุเก่าแก่หลายปีแล้ว

แล้วเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นจึงทำให้เกิดเพลิงไหม้โชคดีว่าขณะที่เกิดเหตุถึงแม้ว่าฉันจะนอนหลับอยู่แต่ว่าเพื่อนบ้านนั้นยังคงทำงานกันอยู่จึงทำให้เห็นว่ามีไฟไหม้เกิดขึ้นเมื่อเห็นว่ามีไฟไหม้บ้านของชายชราคนดังกล่าวทุกคนต่างก็วิ่งหนีเอาตัวรอดกันและได้มีการประกวดเรียกแจ้งให้ฉันทราบว่าบ้านของเขานั้นเกิดไฟไหม้แต่ไม่มีใครสามารถติดต่อชายชราได้เลย

จึงได้พากันทางประตูเข้าไปเพื่อช่วยเหลือชายชราวัย 70 ปีออกมาจากกองเพลิงซึ่งสามารถช่วยเหลือได้ในที่สุดทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้ทุกคนจึงปลอดภัยดีแต่ว่าทรัพย์สินที่มีอยู่ของทุกคนก็เสียหายซึ่งยังไม่สามารถคำนวณมูลค่าความเสียหายได้ว่ารวม 5 หลังคาเรือนแล้วมูลค่าความเสียหายนั้นหมดไปกี่ล้านอย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อีกครั้งหนึ่งรวมถึงจะต้องมีการประเมินราคาความเสียหายที่เกิดขึ้นและแจ้งให้กับทางบ้านผู้เป็นต้นเพลิงทราบเพื่อทำการช่วยเหลือยามเพื่อนบ้านต่อไป

            สำหรับบ้านที่มีอายุเก่าแก่มานานควรจะต้องมีการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องของระบบไฟฟ้าใหม่ซึ่งอาจจะต้องมีการเดินสายไฟฟ้าใหม่เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรเพราะในปัจจุบันนี้เรามักจะเห็นว่าปัญหาเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นนั้นส่วนใหญ่มาจากไฟฟ้าลัดวงจรนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

ต้มแช่บกระดูกอ่อน หนึ่งในของกินเล่นแกล้มเหล้า

มาในสิ่งที่ต่างจากของทานเล่นกันบ้าง มันคืออาหารประเภทซุปซะมากกว่า แล้วมันคงจะดูไม่ค่อยเป็นกับแกล้มอีกด้วย คืองี้นะ ผมมานำเสนอเจ้าเมนู ต้มแซ่บกระดูกอ่อน ในฐานะที่มันเป็นสิ่งที่เข้ากับการดื่มมากๆเช่นกัน แต่ส่วนมากแล้วมันจะเป็นการเข้ากับช่วงท้ายของการดื่ม หรืออีกวันที่มีอาการแฮงค์นั้นเอง ซึ่งความที่เป็นอาการแฮงค์หลายๆคน

ก็ต้องเคยเจออาการนี้มากันบ้างแล้วล่ะ แต่ว่าอาการนี้นั้นก็เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียน และการที่ได้ซดซุปร้อนๆก็เป็นอะไรที่ช่วยได้อย่างมากเลยทีเดียว แล้วต้มแซ่มกระดูกอ่อนนี้ก็เป็นสิ่งที่เหมาะมากๆด้วยส่วนผสมและรสชาติต่างๆที่ได้จากถ้วยนี้ แถมยังมีเนื้อติดกระดูกอ่อนที่แทะมันและเคี้ยวมันอีกด้วย

แต่ถ้าเป็นแง่ของการเป็นกับแกล้มช่วงเวลาดื่มนั้น สำหรับผมแล้วมันจะเหมาะมากๆกับช่วงท้ายของการดื่ม เพราะว่ามีอาการที่จะดื่มแอลกอฮอร์เริ่มไม่ไหวแล้ว ทำให้บางครั้งก็จะเริ่มมีอาการคลื่นไส้จะอาเจียนด้วยเช่นกัน ตอนนั้นเอง ถ้ามีต้มแซ่บกระดูกอ่อนร้อนๆสักถ้วยมาตั้งตรงหน้านะ ซดไปเพียงช้อนเดียวจะรู้สึกได้ถึงความโล่งเลยล่ะ

และจะทำให้รู้สึกกลับมาดื่มแอลกอฮอร์อีกครั้งได้ในทันทีเลยล่ะ ซดเข้าไปแล้วจะต้องรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก แล้วก็สามารถทานกระดูกอ่อนเป็นกับแกล้มได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะดูเป็นอาหารที่จริงจังสักหน่อย แต่ว่าผมโฟกัสที่การซดน้ำเป็นช้อนๆเรื่อยๆ ที่ทำให้เกิดการกระตุนให้หายอาการคลื่นไส้ เพียงแค่นั้นเองที่ผมต้องการ

เพราะว่า ณ ช่วงเวลานึงนั้น กับแกล้มอย่างอื่นๆนั้นที่เน้นการเคี้ยวมันๆ อาจจะทำให้เพิ่มความคลื่นไส้ได้ แล้วซุปรสชาติจัดๆนี้ ก็จะทำให้หายอาการไม่พึงประสงค์ได้ แล้วเป็นเมนูที่มีให้สั่งทุกร้านเลยล่ะ เพราะว่าเป็นเมนูยอดนิยมไม่ต่างจาก ต้ำยำกุ้งเลยด้วยซ้ำไป แล้วไม่ว่าจะเป็นร้านประเภทไหนก็มีอยู่ให้สั่งในเมนูตลอดเลย

ความจริงแล้วผมนั้นก็ไม่ได้ชอบเมนูนี้เป็นพิเศษหรอกนะ ในฐานะกลับข้าวจริงๆจังๆ แต่ต้องยอมในความเป็นซุปแกล้มเหล้า ที่ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ดีเหลือเกิน ส่วนตัวแล้วผมชอบในรสชาติซุปที่เป็นการชูความเด่นของรสชาติที่อร่อยที่ไม่เสียไปเลยสักนิดกับการเสียตุมรับรสไปกับแอลกอฮอร์ต่างๆ เมนูนนี้ถ้าทำกินเองน่าจะยากสักหน่อยนะ แนะนำว่าลองไปสั่งร้านส้มตำอร่อยๆดู มีหลายๆร้านที่สามารถทำได้อร่อยจริงๆนะ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน หวย

หญิงสาวโวยวายซื้อส้มตำราคา 400 บาท 

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานีโดยมีหญิงสาวคนหนึ่งโดยเธอนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเธอได้ทำการซื้อส้มตำโดยใจเธอเองนั้นก็ได้ทำการสั่งซื้อส้มตำในแอปแพนด้าโดยหลังจากนั้นเธอก็ได้ทำการเข้าไปหาแม่ค้าขายส้มตำผ่านทางแอพพลิเคชั่นฟู้ดแพนด้าโดยเธอนั้นก็ได้ถามกับแม่ค้าว่ามีเมนูอะไรบ้างหลังจากที่แม่ค้ากล่าวถึงเมนูทั้งหมดแล้ว

เธอก็ได้ทำการสั่งส้มตำรวมโดยจะใส่ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดกุ้งรวมไปถึงปลาแซลมอนด้วยด้วยหลังจากนั้นเธอก็ถามกับแม่ค้าว่าราคาของทุกอย่างที่เธอสั่งไปนั้นรวมกันเป็นราคาเท่าไหร่แต่แม่ค้าจัดหลีกเลี่ยงที่จะบอกว่าราคาเท่าไหร่และบอกว่าไว้เดี๋ยวจะขับรถไปเจอกันเลยโดยเธอนั้นก็งงมากแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรพร้อมกับสั่งซื้อต่อไปหลังจากนั้น

เมื่อแม่ค้าขายส้มตำขับรถมาถึงแม่ค้าขายส้มตำก็บอกราคาด้วยราคาที่เธอได้ยินนั้นทำให้เธอเกือบเป็นลมตรงนั้นเนื่องจากราคาส้มตำที่เธอสั่งมาเป็นราคา 400 บาทได้จริงๆแล้วเธอนั้นได้เติมเงินเอาไว้ 220 บาทโดยตัวเธอนั้นคิดว่าส้มตำอย่างมากที่สุดก็ต้องราคา 220 บาทเนื่องจากมันมีแซลมอนด้วยโดยเธอมั่นใจดีว่าแซลมอนนั้นราคาแพงก็จริงแต่เธอมั่นใจว่าราคาไม่น่าจะแพงหูฉี่ถึง 300 กว่าบาทโดยหลังจากนั้น

เธอก็ได้ทำการตะโกนถามแม่ค้าด้วยความโมโหทันทีว่าทำไมถึงเลิกขายราคาแพงมากกว่านี้นี่คือการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือเปล่าแต่ถ้าแม่ค้าบอกว่าตัวเธอเองนั้นได้ทำการทำส้มตำร้านขายราคานี้มาตลอดเวลาโดยเธอนั้นก็ขายแบบนี้มาจากงานโดยคำว่าเธอนั้นแล้วโดยเธอบอกว่าสิ่งที่แม่ค้าคนนี้ทำให้เป็นส้มตำซีฟู้ดหญิงสากลนี้รวมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นกุ้งราคาแพงๆปูม้าแซลมอนหรือหอยแครงหอยแมงภู่ก็เป็นของคุณภาพดีทั้งนั้น

โดยที่เธอทักมาก็เป็นเจ้าของที่ขายในห้างไม่ใช่ตลาดสดโดยเธอมั่นใจว่าเธอได้ทำการ คัดมาอย่างดีเพื่อให้อาหารที่จะทำให้ลูกค้านั้นดีที่สุดหลังจากที่เกิดเหตุนี้ขึ้นทางลูกค้าที่มีคนสั่งส้มตำใกล้ทำการโทรไปหานะคะเธอบอกว่าตอนนั้นไม่ได้รักษาของเธอเลยสักครั้งแต่เมื่อถามฝ่ายของแม่ค้าแม่ค้าก็ได้บอกว่าหญิงสาวที่เป็นลูกค้าไม่ได้ติดต่อเธอมาเลย

หลังจากได้ทำการโพสต์ใน Facebook โดยเธอนั้นก็ได้ทำการเข้าไปขอโทษและขอให้ลบคลิปนั้นทิ้งนอกจากนั้นยังได้บอกว่าจะคืนเงินให้เพียงแค่ให้เลขบัญชีมาก็พอแต่ที่บัญชียังไม่ติดต่อกับเธอเธอจะโทรไปกี่ครั้งก็ทำให้เธองงมากหลังจากที่มีกระแสโซเชียลด่าเธอมากมายก็คือแม่ค้านอกจากนั้นนะคะหลายคนก็ได้มาทำข่าวกับเธอเยอะเกินไม่นานนักหญิงสาวขายส้มตำก็ได้บล็อกเบอร์ทุกๆคนหลังจากนั้นก็หายตัวไปไหนก็ไม่รู้

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ อันดับ1

คนโลกส่วนตัวสูงจีบยากจริงหรือ

หลายๆ ครั้งความรักของคนเรานั้นก่อตัวขึ้นมาด้วยปัจจัยหลายๆอย่างบางคน ก็รักเพราะหน้าตา บางคนก็รักกันเพราะนิสัยใจคอ บางคนก็รักกันเพราะความรู้สึกแรกพบ แต่เมื่อใดก็ตามแล้วหากคุณเกิดความรักขึ้นมานั้นแล้วอีกฝ่ายยังไม่ได้รักตอบหรือรับรักของคุณนั้น ก็ไม่ต้องเสียใจไปเพราะคนเราจะรักกันได้นั้นมันก็ต้องมีความรู้สึกร่วมกันทั้งสองฝ่าย

ดังนั้นวิธีการที่จะทำให้เค้ารู้สึกดีกับคุณ ก็คงจะต้องเริ่มจีบกัน แต่ก็มีหลายครั้งที่ฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นคนโลกส่วนตัวสูง การจะจีบนั้นคงเป็นการยากสักหน่อยเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขาอย่างไรอย่างนั้น เพราะคนกลุ่มนี้ที่มีโลกส่วนตัวสูงนั้น มักจะมีพฤติกรรมชอบเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และค่อนข้างที่จะเซฟโซนและจำกัดพื้นที่ของตัวเอง

ซึ่งเหมือนกับกลุ่มคนที่มีความสุขกับชีวิตส่วนตัวอยู่แล้ว และยิ่งถ้าคนที่คุณจะจีบด้วยนั้นอายุโตขึ้นเรื่อยๆ การเข้าหาหรือจะจีบก็คงจะเพิ่มระดับความยากเข้าไปอีก เพราะประตูที่เขาจะเปิดหัวใจนั้นคงแทบจะล็อคสนิทไปแล้ว เพราะการที่เค้าอยู่ด้วยตัวคนเดียวมานานขนาดนั้น ความสุขเค้าก็เพียงพอในชีวิตแล้ว ซึ่งหากคุณยังคิดจะเดินหน้าต่อจีบคนโลกส่วนตัวสูงแล้วนั้น คุณจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจธรรมชาติของเค้าเสียก่อนว่าเขาชอบอะไรแบบไหน ซึ่งคนส่วนใหญ่จะคิดว่ากลุ่มคนโลกส่วนตัวสูง จะเป็นพวกตัดขาดสังคม ไม่ยอมออกไปข้างนอกหรือพูดคุยกับใครเลย แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น

เค้าเพียงแต่เอ็นจอย กับการทำอะไรอยู่เงียบคนเดียวมากกว่าเท่านั้น โดยในทางจิตวิทยาได้กล่าวว่าคนกลุ่มนี้คือคนที่รับสิ่งเร้าได้ดี จนรู้สึกเหนื่อยกับการที่ต้องอยู่ตรงจุดนั้นนานๆ มันจึงเหมือนกับว่าการที่เค้าอยู่คนเดียวคือการชารต์แบตให้กับเค้ามากกว่า ดังนั้นไอ้ประเภทตื้อเท่านั้นที่ครองโลก อาจจะไม่สามารถใช้ได้กับคนประเภทนี้ เพราะมันเหมือนเป็นการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเค้า

ดังนั้นวิธีการที่ดีคือ คุณควรจะต้องเปลี่ยนเป็นคนรับฟังที่ดีสำหรับเค้าในยามที่เค้าต้องการใครสักคนเพื่อที่จะพูดคุยด้วย อดทนรอจนเค้าจะเปิดปาก และเมื่อถึงเวลานั้นจนสร้างความประทับใจให้เค้าด้วยการเป็นผู้ฟังที่ดี และค่อยเรียนรู้เค้าอย่างช้าๆ อย่างรีบเร่งจะเข้าไปอยู่ในโลกของเค้าจนเกินไป เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นคนประเภทไหน

การสื่อสารที่ชัดเจนคือความสำคัญที่สุด ซึ่งมันจะช่วยให้ทั้งสองหาตรงกลางที่ลงตัวได้ และเชื่อว่าเมื่อผ่านกำแพงตรงนั้นได้ คุณก็จะได้คนรักที่ดีไม่สร้างปัญหาให้กับคุณ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน csgo

ปัญหาคนไม่เคารพกฏจราจร ทำให้มีเรื่องทะเลาะกัน

               มีคลิปเหตุการณ์ทะเลาะกันบนท้องถนนคลิปหนึ่งซึ่งกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลก Socialอยู่ในขณะนี้ โดยคลิปดังกล่าวนั้นถูกเผยแพร่มาจากเพจเพจหนึ่งซึ่งในคลิปจะมีการเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเส้นใส่เสื้อสีเหลืองเดินลงมาจากรถเก๋งแล้วมาอะโวยวายผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามหลังมาด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อถนนเส้นที่พวกเขากลับมานั้น

เป็นทางตรงและมีเส้นทึบแต่คนขับรถเก๋งนั้นพยายามจะเบียดแทรกออกไปทางเส้นทึบทำให้รถมอเตอร์ไซค์ที่ขับตามมานั้นตกใจและบีบแตรเตือนหลังจากที่รถเก๋งถูกรถมอเตอร์ไซค์บีบแตรเตือนก็ทำให้ไม่พอใจจึงจอดรถกลางถนนและลงมาทะเลาะกับคนขี่รถมอเตอร์ไซค์หลังจาก เอะอะโวยวาย กันอยู่พักหนึ่ง ชายเสื้อเหลืองก็ได้ขึ้นรถเก๋งไป

ในขณะเดียวกันผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านข้างหลังก็ได้ลดกระจกลงมาแล้วก็ทำมือทำนองเหมือนขอโทษคนขับรถมอเตอร์ไซค์หลังจากนั้นก็ขับรถผ่านไปซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ชายที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ได้นำภาพคลิปวีดีโอดังกล่าวที่มีการถ่ายเอาไว้ นำไปลงเพจและมีการฝากถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน. วิภาวดีว่าจะมีการจัดการกับชายคนดังกล่าวอย่างไร

เนื่องจากว่ามีการขับรถผิดกฎการจราจรนั้นเอง วิจารณ์ถึงชายคนเสื้อเหลืองที่ทำผิดกฎจราจรแล้วยังมาต่อว่าคนที่เขาทำถูกกฎจราจร  สำหรับถนนเส้นนี้นั้นไม่ใช่ครั้งนี้ที่เกิดปัญหาเรื่องของการทะเลาะวิวาทกันครั้งแรกบนท้องถนนเนื่องจากว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่มาเส้นนี้มักจะพยายามเบี่ยงแทรกเพื่อจะตีออกไปอีกช่องหนึ่งซึ่งที่จริงแล้วไม่สามารถทำได้

เนื่องจากว่ามีเส้นทึบอยู่แต่หลายคนก็มักจะทำผิดกฎจราจรซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการมายืนคอยตรวจตราอยู่บริเวณนี้กันเป็นประจำและมักจะมีการปรับผู้ที่ขับรถผิดกฎจราจรอยู่เป็นประจำอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เรื่องน่าจะถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจสน. วิภาวดีเรียบร้อยแล้วซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการติดตามหาตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีในข้อหาขับรถผิดกฎจราจรต่อไป

          เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเกิดว่าคนทุกคนขับรถตามกฎจราจรและที่สำคัญหากรู้ว่าตัวเองผิดควรจะต้องขอโทษคนอื่นไม่ใช่ลงมาโวยวายใหญ่โตด่าทอคนอื่นเหมือนกับตัวเองนั้นเป็นคนใหญ่คนโตมาจากที่ไหนซึ่งหลายคนมองว่าคลิปวีดีโอนี้ชายเสื้อเหลืองน่าจะเป็นคนทำงานราชการถึงได้มีการวางอำนาจบาตรใหญ่ซึ่งหลังจากนี้อาจจะต้องมาดูว่าจะมีข่าวออกมาหรือไม่ว่าเขาทำงานหรือมีตำแหน่งหน้าที่อะไรซึ่งถ้าหากพบราชการจริงก็จะสร้าง ภาพลักษณ์ที่แย่ให้กับวงการราชการเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน pantip

คนไทยชอบนิสัยเสียเกี่ยวกับเรื่องการจอดรถ

         เรามักจะเห็นว่าปัจจุบันมักจะมีการถ่ายคลิปวีดีโอออกมาฟ้องกันอย่างมากมายเกี่ยวกับเรื่องของการจอดรถเลยแม้แต่อาจจะไม่ได้มีคลิปวีดีโอออกมาแต่เราอาจจะประสบพบเจอด้วยตัวของเราเองสิ่งที่เราจะพูดกันอยู่ในขณะนี้ก็คือนิสัยของคนไทยที่มักจะมักง่ายในเรื่องของการหาที่จอดรถนั้นเองเรามักจะเห็นบ่อยๆว่าถ้าหากใครก็ตามที่ขับรถไป

เพื่อต้องการไปซื้อของร้านค้าที่อยู่บริเวณริมถนนนั้นเมื่อขับรถไปถึงก็จะหาที่จอดตรงบริเวณถนนนั้นทันทีโดยไม่ดูว่าตรงนั้นมีการติดป้ายไว้ว่าห้ามจอดไว้หรือไม่และถึงแม้ว่าจะมีการติดป้ายไว้ห้ามจอดและเห็นแต่ก็ยังจะจอดกันนั่นคือนิสัยของคนไทยโดยคิดแค่เพียงว่าจอดแค่นิดเดียวแป๊บเดียวแล้วก็ไปคงไม่เป็นอะไรแต่เมื่อมีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเขียนใบสั่ง

หรือมาล็อคล้อเมื่อไหร่ก็จะออกมาโวยวายทันทีตามนิสัยของคนไทยนั่นเองไม่ใช่แค่เพียงการจอดรถในที่ห้ามจอดเท่านั้นในบริเวณที่มีการจราจรติดขัดกันหนาแน่นท้องถนนก็มีเพียงน้อยนิดแต่คนไทยก็ยังเลือกที่จะจอดเพราะหวังว่าตัวเองจะสบายโดยที่ไม่สนใจว่ารถคันอื่นที่เขาขับสวนกันไปมานั้นจะเกิดอันตรายกับพวกเขาหรือไม่รวมถึงเรามักจะเห็นปัญหาบ่อยๆเกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนบ้านที่มักจะเอารถมาจอดเลยหรือเหลือมล้ำมาที่บ้านของบ้านเพื่อนอีกหลังนึง

หรือแม้แต่เพื่อนบ้านเอารถของตัวเองมาจอดไว้ข้างบ้านของคนอื่นซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นนิสัยของคนไทยที่ไม่สามารถแก้ไขได้เลยและปัญหาเหล่านี้ก็มักจะทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นและหากรุนแรงมากๆก็อาจจะมีเรื่องชกต่อยกันหรือนำอาวุธมาทิ่มแทงหรือฆ่ากันตายเพียงเพราะความมักง่ายของคนไทยด้วยกันเท่านั้นเองเมื่อไหร่ที่คนไทยจะสามารถคิดได้สักทีว่ากฎระเบียบข้อบังคับนั้นควรจะมีไว้และควรจะทำตามให้ถูกต้องปัญหาของท้องถนนที่เป็นปัญหารถติดจะได้หมดไป

รวมถึงปัญหาการทะเลาะกันระหว่างเพื่อนบ้านจะได้ไม่มีเพราะจริงๆแล้วโครงการของบ้านแต่ละหลังนั้นเขาก็จะมีที่จอดรถหน้าบ้านให้กับตัวเองอยู่แล้วดังนั้นเราควรจอดรถภายในบริเวณบ้านของเราไม่ควรเอาของมาวางไว้บริเวณหน้าบ้านให้เป็นที่รกแล้วเอารถไปจอดข้างนอกหากเราสามารถที่จะแก้ไขนิสัยแบบนี้ได้เชื่อเถอะ

ว่าคนไทยจะสามารถอยู่ด้วยกันได้โดยที่ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันแต่หลังจากที่ผ่านมาหลายปีที่ตั้งแต่ลืมตามาก็เห็นว่าคนไทยนั้นมีรถใช้แล้วก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะไม่เห็นความมักง่ายของคนไทยเกี่ยวกับเรื่องของการจอดรถเองถึงแม้จะมีคนออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือมีการเอามาเรื่องนี้มาแชร์กันเพื่อหาแนวทางแก้ไขแต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่ยอมทำตามกฎระเบียบของสังคมอยู่นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน บาคาร่า

คำเตือนคนกินเมล็ดของกระท้อนเข้าท้อง เสี่ยงทำละไส้ทะลุถึงตายได้

         เมื่อวันที่ 26 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563 ช่วงเวลาประมาณ 8:00 น.ได้มี Facebook จากคุณหมอท่านหนึ่งได้ออกมาเผยแพร่เกี่ยวกับคำเตือนและฝากให้ประชาชนแชร์กันไปให้เป็นวงกว้างเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลสุขภาพของตนเองในช่วงนี้โดยพูดถึงเรื่องของผลไม้ว่าช่วงนี้นั้นเป็นช่วงผลไม้ที่ชื่อว่ากระท้อนกำลังออกลูกและเป็นผลไม้ที่ประชาชนนิยมกินกันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่นั้นเวลากินกระท้อนแล้วมักจะชอบกินเมล็ดข้าวไปด้วยซึ่งคุณหมอได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องของการกินเมล็ดกระท้อนเข้าไป

ว่าห้ามประชาชนทุกคนนั้นกินเมล็ดกระท้อนเข้าไปเป็นอันขาดเนื่องจากว่าเมล็ดกระท้อนนั้นจะมีลักษณะของหัวค่อนข้างแหลมดังนั้นหากกลืนลงไปแล้วอาจจะมีผลทำให้ปลายแหลมของเมล็ดกระท้อนนั้นไปที่แพงกระเพาะอาหารหรือแม้แต่ลำไส้เกิดทำให้เป็นลำไส้ทะลุหรือแตกได้ซึ่งถ้าหากมาโรงพยาบาลไม่ทันก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน

เนื่องจากว่าในช่วงเวลาที่มีกระท้อนออกวางขายนั้นทางโรงพยาบาลมักจะได้รับผู้ป่วยที่สูงอายุแล้วพบว่ากินกระท้อนเข้าไปจนเกิดความไส้ฉีกขาดต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายรายในแต่ละปีดังนั้นปีนี้คุณหมอจึงได้ออกมาเตือนให้ระมัดระวังในเรื่องของการกินเมล็ดกระท้อนโดยพูดถึงเรื่องของการผ่าตัดเสื้อผ้าอาหารเช้ามาต้องผ่าตัดลำไส้

เพราะการกินเมล็ดกระท้อนเข้าไปนั้นจะทำให้ลำบากใจอย่างมากเพราะกว่าแผลจะหายนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานกว่า 6 เดือนด้วยกันและที่สำคัญผู้ป่วยจะต้องมารำแผลเช้าเย็นรวมถึงการผ่าตัดนั้นก็ต้องมีการวางแผนและเสียงมากที่จะทำให้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่สำคัญจะมีผลเรื่องของการขับถ่ายลำบากอีกด้วยดังนั้นการกินเมล็ดกระท้อนเข้าไปนั้นจะมีผลเสียมากกว่าผลดีนั่นเองและที่สำคัญล่าสุดคุณหมอเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดซึ่งพบปัญหาว่าผู้ป่วยนั้นกินเมล็ดกระท้อนเข้าไปแล้วไปตำที่ลำไส้จนทำให้ต้องเดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาล

        อย่างไรก็ดีปัญหาผู้ป่วยกินเมล็ดกระท้อนเข้าไปนั้นมีการออกมาเตือนกันทุกครั้งที่เมื่อถึงเข้าฤดูกาลของกระท้อนออกลูกออกผลแต่ก็ยังคงมีคนที่ไม่ห่วงสุขภาพตนเองและยังคงกินเมล็ดกระท้อนเข้าไปซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะพบว่าเป็นผู้สูงอายุที่ยังคงมีความมั่นใจในตนเองว่ากินมาแล้วหลายปีไม่เคยมีอันตรายและก็พลาดกินเมล็ดกระท้อนเข้าไปจนเกิดทำให้เม็ดกระท้อนนั้นไปที่ลำไส้ได้นั่นเอง

       สำหรับเรื่องนี้หวังว่าคงจะพอทำให้คนทีชอบกินเมล็ดกระท้อนเปลี่ยนใจห่วงสุขภาพของตัวเองงดกินเมล็ดกระท้อนกันบ้าง

 

สนับสนุนมาจาก  เว็บพนัน ออนไลน์ ที่ดีที่สุด

วัดป่าบ้านตาดเกิดไฟไหม้เจ้าอาวาสทำหลวงพ่อ สุดใจมรณภาพ 

 เกิดเหตุเพลิงไหม้กุฏิเจ้าอาวาสที่จังหวัดอุดรธานีโดยวัดที่เกิดเพลิงไหม้นั้นคือวัดป่าตราด   ซึ่งมีหลวงพ่อสุดใจเป็นเจ้าอาวาสอยู่ในขณะนี้พบหลวงพ่อมรณภาพก่อนหน้านี้หลวงพ่อพึ่งมีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับโรค โควิด-19 ที่โรงพยาบาลจุฬาเป็นยอดเงินสูงถึง 2 ล้านบาท 

    มีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 22 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 เกี่ยวกับเรื่องของเพลิงไหม้กุฏิเจ้าอาวาสที่วัดป่าบ้านตาดโดยเป็นวัดอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีซึ่งที่วัดแห่งนี้มีพระอาจารย์สุดใจเป็นเจ้าอาวาสคอยดูแลรักษาการอยู่ในระหว่างที่เกิดเพลิงไหม้นั้นพระลูกวัดรวมถึงสามเณรต่างก็พากันช่วยกันดับไฟแต่ก็ไม่สามารถที่จะดับไฟได้และไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออาจารย์ได้

ซึ่งขนาดนั้นพระอาจารย์สุดใจได้อยู่ติดข้างในซึ่งเข้าใจว่าพระอาจารย์นั้นอาจจะสำหรับความจนเหมือนสติจึงไม่สามารถออกมาได้และประตูที่ล็อคห้องของพระอาจารย์ก็มีการใส่กลอนไว้อย่างแน่นหนาไม่สามารถพังประตูเข้าไปได้กว่าจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ก็พบว่าพระอาจารย์นอนหมดสติอยู่เจ้าหน้าที่ประกันช่วยเหลือออกมาได้

สำเร็จแต่ว่าพระอาจารย์สุดใจก็มรณภาพในเวลาต่อมา สำหรับอาจารย์สนใจนั้นเป็นพระอาจารย์เกจิชื่อดังของจังหวัดอุดรธานีมีผู้คนเคารพนับถือเป็นจำนวนมากและมีลูกศิษย์ลูกหามากมายซึ่งพระอาจารย์นั้นเพิ่งมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเมื่อวันที่ 6 มีนาคมปี พ.ศ. 2554 ซึ่งท่านได้เป็นเจ้าอาวาสต่อจากหลวงตามหาบัวมีการรายงานข่าวออกมาว่าหลวงพ่อสุดใจนั้นเพิ่งจะมีการบริจาคเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลจุฬาฯเงินเงินทั้งสิ้น 2 ล้านบาทเมื่อประมาณเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมานี้เองเพื่อนำไปสมทบทุนในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

       สำหรับการจากไปของพระอาจารย์สุดใจ  เจ้าอาวาสวัดป่าตาดในครั้งนี้สร้างความเสียใจให้กับลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างมากที่สูญเสียพระที่ดีไปอีก 1 รูปอย่างไรก็ดีตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้เรียบร้อยแล้วกำลังให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำการตรวจสอบพื้นที่เพื่อหาสาเหตุต่อไปว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่กุฏิเจ้าอาวาสสุดใจนั้น

เกิดมาจากสาเหตุอะไรโดยอาจจะต้องดูว่าเป็นสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือว่าเกิดจากอุบัติเหตุทางด้านอื่นสำหรับศพของเจ้าอาวาสสุดใจนั้นตอนนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อให้ทางโรงพยาบาลและมีการตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตก่อนหลังจากนั้นก็จะให้บรรดาศิษย์ของหลวงพ่อสุดใจได้มารับศพของหลวงพ่อสุดใจไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สมัครsagame