ชายป่วยจิต กวนคนทั้งหมู่บ้าน 

 จากกรณีที่มีข่าวว่ามีชายคนหนึ่งชอบมาเคาะประตูรั้วเพื่อนบ้านและคอยหาเรื่อง ทางนักข่าวจึงได้ลงพื้นที่เพื่อไปดูว่ามีเหตุการณ์นี้จริงหรือไม่ โดยนักข่าวไปที่หมู่บ้าน วิลล์ อยู่ที่รังสิตตรงคลองซอง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดที่ซอย 16  ซึ่งเมื่อไปถึงจะเห็นว่าในซอยดังกล่าวจะมีบ้านอยู่หนึ่งหลังที่เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันทั้งด้านซ้ายและขวาทำการกั้นรั้วสูงทั้งสองฝั่งเลย

และบ้านด้านข้างทั้งสองหลังมีการติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ด้วย ซึ่งเมื่อไปสอบถามกับชาวบ้านในซอย 16 พบว่าไม่ใช่แค่บ้านสองหลังเท่านั้นที่มีปัญหาทุกคนที่อาศัยอยู่ในซอย 16  มีปัญหากับเพื่อนบ้านหลังดังกล่าวทุกคนและในวันที่นักข่าวไปสัมภาษณ์นั้นชาวบ้านที่อยู่ในซอย 16 รวมตัวกันทั้งหมด 7 คนไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าชาวบ้านซอย 16 เดือดร้อนหนักมาก เพราะภายในซอย 16 จะมีบ้านหลังหนึ่งสมมุติชื่อนาย วิว มีพฤติกรรมเวลาตกดึกจะออกมาโวยวายเพื่อนบ้าน

ซึ่งมีป้าคนหนึ่งเล่าว่า ตอนดึกดึก วิว มักจะออกมาทุบกำแพงบ้าน หลังจากนั้นก็จะมีกดกริ่งเรียกป้าออกมาด่าว่า ป้าทำกำแพงทำไม และนายวิว ยังขู่ฆ่าตนเองอีกด้วย  และยังมีเพื่อนบ้านคนอื่นอื่น ต่างก็เจอวิว ทำพฤติกรรมที่ไม่ดีใส่ ซึงบ้านทุกหลังจะต้องติดกล้องเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน โดยมีเหตุการณ์หนึ่งที่เพื่อนบ้านยืนอยู่หน้าบ้านของตัวเองอยู่ดีดี สักพักนายวิวก็ขี่มอร์เตอร์ไซส์มาจากไหนไม่รู้ มาจอดที่หน้าบ้านนายวิว หลังจากนั้นนายวิว ก็เดินมาบ้านฝั่งตรงข้ามที่เพื่อนบ้านยืนอยู่แล้วก็ต่อยเพื่อนบ้านทันที

บางคนก็เล่าให้ฟังว่า นายวิวชอบไปกดกริ่งหน้าบ้านคนอื่นแล้วก็ด่าเจ้าของบ้านซึ่งไม่มีใครได้ทำอะไรบ้านนายวิวกันเลย  บางที นายวิว เดินผ่านใครก็จะต่อยคนนั้น บางครั้งขับรถผ่านป้อม รปภ. นายวิวก็ต่อย รปภ. ก่อนเหตุผลเพียงเพราะว่า รปภ. เปิดที่กั้นประตูช้า

ซึ่งทุกคนเดือดร้อนจากกระทำของ วิว กันหมด เมื่อนักข่าวไปสัมภาษณ์พ่อของนายวิว โดยพ่อยืนยันว่า ที่ผ่านมาลูกของตัวเองไม่ได้เมายา แค่เพียงนายวิว เมาเหล้าเท่านั้น โดยนิสัยของนายวิว ถ้ากินเหล้าแล้วจะหัวร้อน ขี้หงุดหงิด ซึ่งจากการที่นักช่าวได้คุยกับพ่อ ส่วนมากพ่อจะมีการเข้าข้างลูกของตัวเองตลอด เช่นที่มาตีเพื่อนบ้าน เพราะหงุดหงิดกับกลุ่มวัยรุ่นข้างนอกมาเลยมาหัวร้อนใส่เพื่อนบ้านเท่านั้นเอง ซึ่งหลังจากทีได้คุยกับนักข่าว พ่อยืนยันจะแก้ปัญหาด้วยการย้ายนายวิวไปอยู่ที่อื่นแทน

เมียผอ.โรงพยาบาลอู่ฮั่นร่ำไห้วิ่งตามรถบรรทุกศพ

เจ็บปวดเกินบรรยายเมื่อพบเห็นวินาทีที่เมีย ผอ.โรงพยาบาลอู่ฮั่นร่ำไห้วิ่งตามรถบรรทุกศพ

     มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งของประเทศจีนได้มีการนำคลิปวิดีโอในช่วงเวลาที่มีการเคลื่อนย้ายศพของผอ.โรงพยาบาลอู่ฮั่นไปประกอบพิธีทางศาสนาซึ่งจากในคลิปวิดีโอดังกล่าวจะเห็นวินาทีที่เมียของผอ. ของโรงพยาบาลอู่ฮั่นร้องไห้ดังน้ำตาจะเป็นสายเลือดวิ่งตามรถขนศพของสามีตัวเองไปเป็นภาพที่ทำให้หลายคนที่ได้เห็นรู้สึกสะเทือนใจกับภาพดังกล่าวเป็นอย่างมาก

     จากกรณีที่นายแพทย์ หลิว จื่อหมิง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผอ.ของโรงพยาบาลอู่ฮั่นได้เสียชีวิตลงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 เดือนกุมภาพันธ์ปีค.ศ. 2020 ที่ผ่านมาโดยในแพดกว่าดังกล่าวได้เสียชีวิตลงในวัยเพียงแค่ 51 ปีซึ่งเขาได้ทำหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วยความเข้มแข็งนะ เมื่อวันที่ 18 เดือนกุมภาพันธ์ปีค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา

โดยในแพดกว่าดังกล่าวได้เสียชีวิตลงในวัยเพียงแค่ 51 ปีซึ่งเขาได้ทำหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วยความเข้มแข็งซึ่งนายแพทย์หลิวได้เข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อเมื่อวันที่ 23 เดือนมกราคมที่ผ่านมาโดยในระหว่างที่มีการรักษาอาการติดเชื้อนั้นเค้าไม่อนุญาตให้เมียของเขาซึ่งเป็นพยาบาลเข้าเยี่ยมเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวเนื่องจากเค้ากลัวว่าเมียของเค้าจะติดเชื้อไปกับเขาด้วยซึ่งนายแพทย์หลิวได้เสียชีวิตลงหลังจากที่เพิ่งผ่านวันเกิดของเค้าได้เพียงแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น

และเมื่อถึงวันที่ต้องมีการขนย้ายศพของนายแพทย์หลิวออกจากโรงพยาบาลผู้คนต่างก็พบเห็นว่าเมียของนายแพทย์หลิวได้วิ่งตามรถขนศพของนายแพทย์และในขณะที่วิ่งตามรถเธอก็ร้องไห้น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสายเสียงดังระงมไปทั่วสร้างความสลดใจกับผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้มีการถ่ายคลิปเอาไว้แล้วนำมาโพสต์แชร์ต่อกันไปจนเป็นข่าว และสำหรับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นต่างก็รู้สึกเศร้าและเสียใจกับภาพที่เกิดขึ้นกันเป็นอย่างมากโดยทุกๆคนต่างก็พยายามปลอบใจและให้กำลังใจซึ่งกันและกันให้ผ่านเรื่องราวเลวร้ายครั้งนี้ไปให้ได้ ซึ่งการที่ทางการแพทย์จีนต้องสูญเสียในแพทย์ที่ดีและมีความสามารถไปงั้นทำให้หลายคนสูญเสียกำลังใจเป็นอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามทุกๆคนก็ยังต้องพยายามสู้ต่อไปสำหรับการจัดการศพของนายแพทย์เร็วในครั้งนี้ได้มีญาติญาติหมอและพยาบาลที่เคยร่วมงานกับนายแพทย์หลิวไปร่วมไว้อาลัยให้กับนายแพทย์หรือเป็นครั้งสุดท้าย

ได้มีเอกสารจากสหภาพแรงงานของการบินไทย

พนักงานการบินไทยเสียขวัญหวั่นเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำตกงานโดนลดเงินเดือน

     ได้มีเอกสารจากสหภาพแรงงานของการบินไทยส่งถึงผู้บริหารเกี่ยวกับความวิตกกังวลที่พนักงาน กำลังมีอยู่ในขณะนี้ว่าจะถูกลดเงินเดือนรวมถึงอาจจะถูกรถวันทำงานซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงจะส่งผลกระทบกับรายได้ของพนักงานเป็นอย่างมากซึ่งในระหว่างนี้ทางพนักงานการบินไทย

ก็ได้มีการโพสต์ข้อความคุยกันเกี่ยวกับเรื่องอาจจะถูกลดเงินเดือนและไม่ได้รับโบนัสรวมถึงอาจจะถูกเลิกจ้างงานได้ซึ่งทำให้ มีความรู้สึกเครียดกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมากแต่นายสุธีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ฝ่ายบริหารก็ได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานว่ายังไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริษัทยังมีเงินหมุนเวียนและมีสภาพคล่องที่ดีอยู่และหาต้องมีปัญหาที่จะต้องลดเงินเดือนพนักงานจริงๆจะเริ่มทำจากฝ่ายบริหารก่อนเป็นแผนกแรก

     อย่างที่เราทราบกันดีว่าหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเกิดขึ้นและยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องนั้น ปัจจุบันนี้ได้ส่งผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจของเกือบทุกประเทศซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออุตสาหกรรมการบินโดยในขณะนี้สายการบินต่างๆที่เปิดให้บินในภาคพื้นเอเชียต่างก็ได้รับผลกระทบกันเป็นอย่างมาก

โดยหลายสายการบินต้องออกมาตรการรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งบางสายการบินก็ลดจำนวนพนักงานลงหรือบางสายการบินก็อนุมัติให้พนักงานสามารถลาหยุดได้แต่จะไม่ได้รับเงินเดือนรวมถึงมีการลดเที่ยวบินต่างๆและในขณะเดียวกันสายการบินไทยก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้เช่นกันเพราะได้มีการลดเที่ยวบินในการบินไปประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการแพร่เชื้อซึ่งรวมทั้งหมดมีอยู่เก้าประเทศด้วยกันนั่นก็คือประเทศจีน,ประเทศญี่ปุ่น,ประเทศไต้หวัน,ประเทศฮ่องกง,ประเทศเกาหลีใต้,ประเทศฟิลิปปินส์,ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์,ประเทศสิงคโปร์และประเทศบังกลาเทศ

ซึ่งผลจากการยกเลิกเที่ยวบินไปทั้งเก้าประเภทนี้ทำให้พนักงานของสายการบินไทยรู้สึกกังวลใจกันเป็นอย่างมากเพราะเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกมีมากถึง 30 กว่าเที่ยวบินซึ่งนั่นจะส่งผลให้พนักงานมีรายได้ลดลง และพอมีเรื่องนี้เกิดขึ้นพนักงานต่างก็ออกมาพูดคุยกันถึงนโยบายของสายการบินที่อาจจะมีการลดจำนวนพนักงานลงรวมถึงลดค่าใช้จ่ายของพนักงานก็เป็นได้

ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ทางพนักงานกำลังรอให้ฝ่ายบริหารออกมายืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อฝ่ายบริหารทราบเรื่องก็ได้ออกมาสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานด้วยการประกาศว่าตอนนี้ทางบริษัทการบินไทยยังไม่มีนโยบายลดเงินเดือนพนักงานเพราะสถานะทางการเงินของบริษัทการบินไทยในตอนนี้ยังคงดีอยู่ยังไม่ขาดสภาพคล่องและหากเมื่อใดก็ตามที่จะต้องมีการลดเงินเดือนพนักงานทางฝ่ายบริหารยืนยันว่าแผนกแรกที่จะถูกลดเงินเดือนคือฝ่ายบริหารก่อนเท่านั้น       

รถมอเตอร์ไซค์ที่ยังไม่ตกกระแสและนิยมฮิตเล่นกันอยู่

จากรถในตำนานที่กลายมาเป็นรถในกระแสทุกวันนี้ซึ่งมันก็ยังเป็นที่นิยมในหมู่มากของนักแต่งรถและคนรักรถซึ่งเป็นรถโฉมหนึ่งที่มาราคาที่ค่อนข้างจะแพงมากที่สุดในยุคสมัยหยึ่งที่เขาได้ฮิตและนำเอามาแต่งกันต้องบอกเลยว่าเป็นรถที่ยังไม่ค่อยตกกระแสสักเท่าไหร่แต่ก็ยังมีผู้คนบางส่วนหรือบางกลุ่มได้หาเอามาแต่งสวยหรือแต่งวิ่งทนทานกันมากขึ้นและหาเอามาเก็บไว้เป็นเจ้าของและเป็นรถอีกรุ่นนึงที่ยังไม่ตกกระแสและยังมีคนนิยมเล่นอยู่มีดังนี้

HONDA WAVE125 (ไฟเสี้ยวบังลม)

อันนี้ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นรถของไฟเสี้ยวบังลมเป็นโฉมนึงที่มีกระแสดีมากๆในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่กี่ปีมานี้เพราะว่าก่อนหน้านี้ราคาก็ล้วงไปถึงหมื่นกลางๆไปจนถึงหมื่นปลายๆแต่ณะวันนี้รถที่มีสภาพเดิมๆยังหากันที่2,5000ขึ้นไปแถบยังหายากมากอีกด้วยและส่วนที่เป็นพวกอะไหล่เต็มๆแล้วไม่ต้องพูดถึงราคาจะอยู่ที่50,000หรือครึ่งแสนกันเลยทีเดียวถือว่าเป็นรถรุ่นเก่าๆที่มีราคาสูงมากเพราะว่าด้วยรูปลักษณ์ในการแต่งมันจะมีค่อนข้างที่จะสวยงามสำหรับ WAVE125 (ไฟเสี้ยวบังลม)นั้น

ไม่ว่าจะแต่งสวยงามหรือว่าแต่งซิ่งหรือจะแต่งให้มันแบบทนทานค่อนข้างกว้างมากๆสำหรับรุ่นนี้และเป็นรถที่เหมาะสมทุกเพศทุกวัยกันจริงๆสำหรับ WAVE125 (ไฟเสี้ยวบังลม)แต่ยังไงก็ต้องสู้กับราคาที่ค่อนข้างที่จะแพงแต่ว่าโดยส่วนตัวแล้วก็คงจะคิดว่าในอนาคตก็อาจจะดอบๆลงมาบ้างสำหรับรถโฉมนี้เพราะว่าเวลานี้มันยังเป็นกระแสของคนที่กำลังนิยมเล่นกันอยู่

แต่วันนึงกระแสเริ่มน้อยลงเราก็อาจจะจับต้องกันได้ในราคาที่ถูกกว่าแต่ถ้าวันนี้เจราคาถูกๆพอที่จะซื้อเอาไว้ได้จะซื้อเก็บไว้ก็ไม่แปลกถือว่าเป็นรถที่ดีรุ่นนึงใช้งานอย่างทนทานรุ่นนึงเลยทีเดียวสำหรับ WAVE125 (ไฟเสี้ยวบังลม)

Kawasaki KR 150 คาวาซากิkr150

ถ้าพูกถึง150ในคาวาซากิหลายๆท่านคงจะมีช่อKrขึ้นมาอย่างแน่นอนเพราะว่าคาวาซากิkr150ถือได้ว่าเป็นรถในตำนานรุ่นนึงที่หลายๆคนนั้นอยากจะหาซื้อเอามาไว้ครอบครองที่จริงแล้วมันค่อนข้างที่จะมีหลายรูปแบบหลายโฉมแต่ก็ต้องบอกเลยว่าทุกโฉมนั้นค่อนข้างที่จะมีราคาสูงมากและยังเก็บสะสมกันเอาไว้เกือบจะถูกโฉมสำหรับรถรุ่นkr

พูดถึงแล้วรถรุ่นนี้นั้นมันก็ยังไม่ค่อยเป็นกระแสสักเท่าไหร่เพราะในก่อนหน้านั้นก็มีคนเล่นมาอยู่เรื่อยๆสำหรับในรถรุ่นนี้แถบมันยังเป็นรถในตำนานรุ่นนึงที่คนซื้อเก็บเอาไว้ถือว่ามันเป็นรถที่คุ้มค่ามากๆแต่ถ้าเจอสภาพที่ถูกใจก็ไม่มีคำว่าแพงสำหรับรถรุ่นเก่าแต่ว่าเป็นรถกระแสถ้าให้พูดแล้วรถคาวาซากิkrถือว่าเป็นรถสปอร์ตในอดีตที่คนปัจุจบันอยากจะหาซื้อมาเก็บไว้มากที่สุดเลยจากที่ได้ถามาหลายๆคนแล้ว

ด้านพื้นป่าและแม่น้ำอเมซอน

ด้วยความยาวกว่า640กิโลเมตรแม่น้ำอเมซอน

จึงได้ครอบคลุมไปถึง6ประเทศในทวีปอเมริกาใต้กระแสน้ำอันทรงพลังได้สร้างดินดอนปากแม่น้ำขึ้นมาเป็นพันแห่งและมักจะถือเป็น20%ของทั้งหมดที่มีบนโลกใบนี้จากจุกกำเนิดแม่น้ำขนาดยักษ์ใหญ่สายนี้เลื้อยเลาะไปตามภูเขาและกัดเซาะทุกอย่างที่มันผ่าน ในขณะที่กระแสน้ำของมันเดินทางป่าฝนป่าอเมซอนใบไม้จากในป่าก็ปล่อยสารเคมีที่เรียกว่าทานินลงสู่น้ำทำให้น้ำได้กลายเป็นสีน้ำตาลเข้มน้ำที่เต็มไปด้วยทานินนั้นจะถูกเรียกว่าแบล็ควอเตอร์พื้นน้ำของแม่น้ำอเมซอนนั้นมันชั่งดูลึกลับแต่มันก็เต็มไปด้วยชีวิตที่ซ้อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำสีดำนี้

ซึ่งมันจะมีปลามากกว่า3000ชนิดที่อยู่ในแม่น้ำอเมซอนปลาขนาดเล็กมากมาย

รวมตัวกันอยู่ที่นี่หาที่หลบซ้อนตามลากไม้ของพื้นป่าแม่น้ำริมป่าแบบนี้จึงเป็นเหมือนสวรรค์ของปลาเขตร้อนและมันก็ยังมีผู้อาศัยที่ดูหน้าขนลุกที่มันอยู่ในแม่น้ำอเมซอนมันมีสัตว์ประหลาดมากมายในแม่น้ำสายนี้ปิรันย่าหน้าจะมีชื่อเสียงที่โงดังที่สุดของที่นี้และมันก็ไม่หน้าแปลกใจเลยปลานักล่าชนิดนี้มีฝันที่แหลมคมเหมือนอย่างกับใบมีดโกนด้วยฟันที่มันเป็นรูปสามเหลี่ยมมันจึงเหมาะกับการกัดและกระชากทำให้มันมีประสิทธิภาพมากในการกัดกินเนื้อของเหยื่อเมื่อเหยื่อที่ตัวใหญ่ได้เข้าสู้เขตแดนของปลาปิรันย่าก็เหมือนกับว่าโยนเนื้อชิ้นใหญ่เข้าไปกลางที่โต๊ะอาหารซากของสัตว์ที่มีขนาดใหญ่

อาจจะเหลือแต่เพียงกระดูกเพียงแค่ในไม่กี่นาทีถึงแม้ว่าปลาปิรันย่าจะดูดุดร้ายน่ากลัวแต่ก็ยังมีผู้อาศัยในอเมซอนบางชนิดที่แม้แต่ปิรันย่าก็ยังจะต้องยอม สัตว์ร้ายแห่งอเมซอนที่ตัวใหญ่และแข็งแกร่งมากจนนักล่าแทบจะทุกชนิดจะต้องหลีกทางให้กับมันแต่สำหรับมนุษย์แล้วสัตว์ประหลาดหุ้มเกาะแห่งน้ำลึกนี้กับกลายเป็นสินค้าชาวประมงแห่งอเมซอนได้ฝึกฝนในการล่าสัตว์ตัวใหญ่ชนิดนี้มาหลาย100ปีแล้ว

สำหรับการต่อสู่กับสัตว์ร้ายแบบนี้อาวุทุกชนิดจึงต้องถูกนำเอามาใช้ฉมวกแหลคมนั้นออกแบบมาเพื่อเจาะทลุตัวปลาสัตว์ร้ายที่นักล่าหาอยู่ได้ว่ายน้ำอยู่แม่น้ำอเมซอนมานานกว่า100ล้านปีมาแล้วเจ้าสัตว์ดึกดําบรรพ์ชนิดนี้อาจเติบโตจนมันตัวใหญ่ได้มากกว่า2เมตรจากเหนื่อผิวน้ำมันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะต้องเห็นสัตว์ชนิดนี้ใต้น้ำแต่เจ้าสัตว์ประหลาดชนิดนี้มีจุดอ่อนที่สำคัญ1อย่างซึ่งมันจะต้องขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อรับออกซิเจน

สัตว์ที่อยู่ได้กับสังคม

สำหรับเรื่องนี้ที่มีให้เกิดขึ้นทางสังคมอยู่บ่อยๆที่เกี่ยวกับสัตว์ใต้ทะเลเพาะว่าพวกคนเหล่านั้นก็ไม่ค่อยจะฟังกันเท่าไรจนทำให้เกิดเป็นกระแสในสังคมมาถึงทุกวันนี้และก็เป็นการทำร้ายสัตว์ต่างๆอีกด้วยจากนั้นจากเหตุการณ์ที่มีการทำร้ายสัตว์ก็ยังมีอีกมุมหนึ่งทางสังคมที่ก่อให้เกิดความน่ารักขึ้นมาและมันจะน่ารักยังไงมาดูกันเลย

ฉลามขาวพุ่งเข้ากัดกรงนักท่องเที่ยว

เรียกได้ว่าพิษที่ดูแล้วมันหน้าหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อสัตว์ตัวใหญยักษ์อย่างฉลามต้องสังวาลย์ชีวิตให้กับการท่องเที่ยวที่ตื่นตาตื่นใจเล้าใจของมนุษย์โดนเพจเฟสบุ๊คเพจหนึ่งก็ได้เผยแพร่เรื่องราวของคลิปดังกล่าวซึ่งเผยให้เห็นภาพว่ามีนักท่องเที่ยวอยู่ในกรงโดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่9ตุลาคมที่ผ่านมาที่เกาะกัวเดอลุปในรัฐแคลิฟอร์เนียทางตะวันตกตอนเหนือของเม็กซิโกซึ่งในระหว่างที่นักดำน้ำลงไปกิจกรรมสุดท้าทายใต้ท้องทะเลโดยตามรายงานนั้นได้ระบุอีกว่าฉลามขาวตัวดังกล่าวได้ติดอยู่กับกรงเหล็กเป็นเวลานานกว่า25นาทีจนมันเดือดไหลออกมาไม่หยุดในปริมาณที่มาก

และมันก็ได้พลีชีพในที่สุดและซากที่ไร้ลมหายใจที่หลุมจากพันธนากาก็ค่อยๆจมลงสู่ใต้ทะเลลึกและทั้งนี้คลิปดังกล่าวก็ได้มีการแชร์กันออกไปทั่วโลกเพื่อให้ทุกคนนั้นได้พันธนากาถึงการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสัตว์มากยิ่งขึ้นโดยใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐานและยังพบว่ากรงที่ได้ทำมาจากโลหะเมื่อได้เจอกับน้ำเค็มก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีอันเกิดให้มีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาจนกระตุ้นให้ฉลามขาวพุ่งเข้ากัดกรงและทำให้มันนั้นติดอยู่ในช่องและเกิดเหตุการณ์สลดขึ้นนั่นเอง

ว่ายน้ำกับหมู

เชื่อหรือไม่ว่าที่ประเทศบาฮามาสมีเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นที่นี่ด้วยโดนที่ประเทศบาฮามาสหรือที่รู้จักกันว่าเครือรัฐบาฮามาสซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอนตาร์กติกทางตะวันออกของรัฐฟลอริด้าสหรัฐอเมริกาโดยตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศคิวบาและทะเลแคริบเบียนและสิ่งที่จะพูดถึงนั้นที่นี้นั้นมีหาดหมูที่ได้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี2009โดยมันเป็นเกาะเล็กๆที่ไม่มีผู้คนนั้นอาศัยอยู่แต่กลับมีหมูประมาณ20ตัวอยู่แทนซึ่งเชื่อว่ากันว่าในอดีตได้มีนักเดินเรือได้นำหมูเอามาปล่อยเอาไว้เพื่อใช้เป็นการทำอาหารแต่กลุ่มคนเหล่านั้นก็ไม่ได้หันกลับมาอีกเลย

และพวกมันก็อยู่ลอดมีจนถึงในปัจจุบันซึ่งมันก็ได้เศษอาหารที่วิ่งผ่านไปมาแต่ก็ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเกาะเล็กในที่แห่งนี้นั้นก็ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในที่สุดซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะน้องหมูกลุ่มนี้น่ารักและขี่เล่นเมื่อมันได้เห็นนักท่องเที่ยวเข้ามาพวกมันก็ได้เข้ามาทักทายว่ายน้ำเล่นด้วยราวกับว่ามันสนิกกับมนุษย์เป็นอย่างมากที่สุด

นิสัยเปลี่ยนไปตามสังคม

จริงหรือป่าวที่คนเรานั้นมักจะเปลี่ยนนิสัยไปตามสังคมที่เราอยู่ หรือบางคนอาจจะเปลี่ยนนิสัยตามฐานะของตน ซึ่งเราเองนั้นได้เจอมากับตัวจึงนำมาเล่าเป็นเรื่องราวให้ทุกคนได้อ่านกัน 

เรื่องราวทั้งหมดที่เราได้เจอกับตัวเองนั้นมีดังต่อไปนี้

ในสมัยเรียนเรามักจะมีเพื่อนที่เป็นกลุ่มที่มีความแตกต่างกันออกไปตามกลุ่ม อาจจะแบ่งออกไปได้อยู่หลายประเภทเหมือนกัน โดยจะมีกลุ่มที่เป็นกลุ่มที่พากันเรียนหนังสือ กลุ่มที่พากันโดดเรียนบ่อยๆ กลุ่มที่ชอบทะเลาะวิวาส และกลุ่มที่เป็นบุคคลกลางๆ ไม่ดื้อมากนักแต่ก็ไม่ได้สนใจเรียนสะจนเสียการเรียน โดยบุคคลเหล่านี้ล้วนมีนิสัยที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในนั้นจะมีเพื่อนที่เป็นบางคนที่ไม่ค่อยคุยกันหรือคุยกันไม่ได้ เพราะบางคนก็มีนิสัยที่ค่อนข้างแย่ แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่นัก หนึ่งคนในกลุ่มที่เรียนเก่งจะอยู่หลายคนที่บ้านไม่รวยแต่นั้นก็แหละนะในห้องๆหนึ่งคนที่ไม่รวยก็มีเยออะอยู่เหมือนกันโดยคนที่ไม่รวยนั้นหากไปคบกับคนรวยในบางคนก็จะมีนิสัยที่เปลี่ยนไปเลยนะ 

เพราะในความเป็นจริงสิ่งที่เรานั้นมักจะได้เจอนั่นก็คือคนจนบางคนที่รับตัวเองเรื่องจนไม่ได้หากมีเพื่อนที่รวยแล้วนั้นตนเองก็จะไม่ยอมทำตัวจน โดยตนนั้นจะมีนิสัยที่ทำให้เหมือนว่าบ้านของตนนั้นมีเงินเช่นกัน เนื่องจากกลัวเพื่อนรวยเหล่านั้นลังเกลียดเอามั้ง เลยต้องทำตนเองให้ดูรวยอยู่เสมอ และในความเป็นจริงแล้วบ้านตนอาจจะหาเช้ากินค่ำอยู่แต่พอถึงโรงเรียนก็ต้องอวดนั้นนี่เพื่อให้ตนดูเหมือนกับว่าตนเองไม่จน 

แล้วในวันหนึ่งที่ทางบ้านของเขานั้นเกิดเหตุการณ์เดือดร้อนขึ้นมาซึ่งเขาเองก็แทบจะไม่มีอะไรแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ตนเองกล้าที่จะยอมรับในการใช้สิ่งของที่เปลืองโดยไม่ช่วยพ่อแม่ประหยัดแม้แต่น้อย จึงทำให้พวกเขานั้นไม่เหลืออะไรพอเพื่อนจับได้ว่าตนนั้นโกหกก็ไม่มีคนคบ

ซึ่งเรื่องที่เพื่อนของเขานั้นไม่คบไม่ใช่ว่าจับได้ว่เขาจนนะ แต่เรื่องที่เพื่อนไม่ยอมคบเพราะเขาโกหกเพื่อนมาตลอด ไม่คิดจะบอกความจริงและไม่คิดว่าเรื่องที่ตนได้โกหกเพื่อนๆนั้นมันผิดอะไร ซึ่งตอนนั้นที่คบกับเพื่อนรวยตนก็มีนิสัยหยิ่งใส่คนที่จนๆอีกด้วย และชอบอวดโน้นนี่เพราะให้คนเชื่อว่าตนเองนั้นรวยจริงๆ แต่พอตอนนี้เพื่อนจับได้แล้วจึงไม่ใครสนใจหรือมองหน้าอีกเลย และแล้วตอนนี้เขาก็ได้รับรู้นสิ่งที่เขานั้นทำใส่คนอื่นโดยความจริงก็คือความจริงอยู่วันยังค่ำแหละ